นายกฯปัดข่าวปรับค่ารักษาพยาบาลโรงพยบาลเอกชน เท่ากับโรงพยาบาลรัฐ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องที่มีการนำเสนอข้อมูลว่ารัฐบาลพยายามที่จะปรับราคาค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนให้เท่ากับโรงพยาบาลของรัฐ น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนส่วนหนึ่ง เนื่องจากปกติค่ารักษาพยาบาลขจองโรงพยาบาลเอกชนนั้นสูงกว่าโรงพยาบาลของรัฐอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นายกฯ ปรารภคือราคาที่สูงขึ้นนั้นจะต้องสูงขึ้นแบบเป็นธรรม มีเหตุผลรองรับ และต้องไม่สูงขึ้นจนมากเกินไป ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือ โรงพยาบาลเอกชนจะต้องติดค่ารักษาพยาบาลในแต่ละโรค หรือชนิดของยาให้ผู้ป่วยทราบ เพื่อจะเลือกรับบริการหรือไม่ได้ ถือเป็นทางเลือกของการรักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม มาตรฐานในการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐก็จะต้องมีมาตรฐานที่ดีที่จะต้องรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆได้อย่างมีมาตรฐาน แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ค่ารักษาของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนเท่ากัน
ประชุมแม่น้ำ3สาย 4มิ.ย.นี้
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า การประชุมร่วมกันระหว่างครม. สปช. สนช. ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ที่รัฐสภา ซึ่งมีการเชิญคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ นักวิชาการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมด้วย โดยสิ่งที่คาดหวังจากการประชุมคือรัฐบาลจะชี้แจงให้สนช. สปช. และกมธ.ยกร่างฯได้รับทราบว่าที่ผ่านมารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆในอดีตที่ผ่านมาซึ่งถือว่าเป็นการปฏิรูปในระยะที่ 1 และ 2 ควบคู่กันไป ซึ่งเมื่อชี้แจงให้ทราบแล้วทางสนช.และสปช.จะได้รับทราบว่ามีหน้าที่ออกกฎหมายในเรื่องการปฏิรูป และนำสิ่งต่างๆที่ได้ดำเนินการมาแล้วไปวางแนวทางเพื่อให้การปฏิรูปเรื่องต่างๆ สำเร็จลุล่วงไปได้ อีกทั้งจะได้มีมาตรการที่ชัดเจนที่จะกำหนดว่า เรื่องราวต่างๆที่ได้ดำเนินการปฏิรูปไว้นั้นจะถูกสานต่อในรัฐบาลต่อๆไป โดยจะต้องมีกฎกติกาที่ชัดเจนเพื่อที่จะได้สามารถสานต่อไปได้
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯ ยังได้กำหนดเพิ่มเติมสำหรับการประชุมวันที่ 4 มิถุนายนนี้ คือ จะให้รองนายกฯ ทั้ง5กลุ่มงาน คือ กลุ่มความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ต่างประเทศ และกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย เป็นผู้ชี้แจง คาดว่าแต่ละกลุ่มจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที และคงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน เพื่อให้มีจุดลงตัว ให้การปฏิรูปเกิดความต่อเนื่องสำหรับรัฐบาลที่จะมารับช่วงต่อ





