"กรุงเทพโพล" เผยผลสำรวจประชาชนหนุนปฏิรูปประเทศครบทุกด้าน ก่อนเลือกตั้ง เชียร์ระบบ "โอเพ่นลิสต์" ชี้ "ประยุทธ์" เด่นปราบคอร์รัปชั่น
กรุงเทพโพล โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “คะแนนนิยมพรรคการเมืองไทยหลังผ่าน 1 ปี คสช.” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,014 คน ระหว่างวันที่ 25 – 28 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า คะแนนนิยมพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ที่ร้อยละ 29.2 เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือน มี.ค.ร้อยละ 8.7 (จากเดิมร้อยละ 20.5) ขณะที่พรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 25.8 เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจครั้งก่อน ร้อยละ 7.3 (จากเดิมร้อยละ 18.5) รองลงมาคือ พรรคชาติไทยพัฒนา อยู่ที่ร้อยละ 0.8 (จากเดิมร้อยละ 1.7) และพรรครักประเทศไทย อยู่ที่ร้อยละ 0.5 (จากเดิมร้อยละ 0.9)
ส่วนระยะเวลาที่คิดว่าเหมาะสมสำหรับการเลือกตั้งนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.1 คิดว่าการเลือกตั้งควรเกิดเมื่อประเทศปฏิรูปแล้วในทุกด้าน ขณะที่ร้อยละ 32.0 คิดว่าการเลือกตั้งไม่ควรเกิน 1 ปีนับจากนี้ ส่วนที่เหลือร้อยละ 6.9 ยังไม่แน่ใจ และเมื่อถามว่าอยากให้ประเทศไทยมีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ร้อยละ 46.9 อยากเลือกแบบโอเพ่นลิสต์ คือเลือกทั้งพรรคและเลือกผู้สมัคร ขณะที่ร้อยละ 39.7 อยากเลือกแบบเดิม คือ เลือกพรรคอย่างเดียว ส่วนที่เหลือร้อยละ 13.4 ยังไม่แน่ใจ
เมื่อถามว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผลงานการแก้ปัญหาประเทศในเรื่องใดเด่นชัดมากที่สุด หลังผ่าน 1 ปี คสช. ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.0 เห็นว่าเป็นเรื่องการคอร์รัปชั่น รองลงมาร้อยละ 48.3 เรื่องความแตกแยกในสังคม และร้อยละ 30.4 ระบุเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การค้ามนุษย์





