วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝากขัง'สาวใหญ่' แก๊งแชร์ลูกโซ่ลวงขาย iPhone-iPad

ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก"สาวใหญ่" แก๊งแชร์ลูกโซ่ลวงลงทุนขาย iPhone และ iPad กว่า 57 ล้านบาท หลอกหาโทรศัพท์ได้ราคาถูก ขณะที่ดีเอสไอ ระบุ อัยกา

พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ควบคุม น.ส.ชไมพร ไม้สีทอง อายุ 39 ปี ชาวราชบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกงลวงลงทุนจำหน่ายโทรศัพท์ iPhone และ iPad มูลค่ากว่า 57 ล้านบาท มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.- 11 มิ.ย.นี้ เนื่องจากต้องรอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจาก คดีมีความเสียหายทุนทรัพย์จำนวนมาก จึงเกรงว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วผู้ต้องหาจะหลบหนี ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่นายกิติก้อง คณาจันทร์ ผอ.ส่วนคดีปราบปรามยาเสพติด 2 สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้รับผิดชอบสำนวน กล่าวว่า มูลเหตุคดนี้เกิดขึ้น ระหว่างเดือน ม.ค. – ก.ย.55 โดย น.ส.ชไมพร ผู้ต้องหาคดีนี้ ร่วมกับ นางวรรณวิไล วัฒนศิริบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 1 ที่หลบหนีไประหว่างประกันชั้นอัยการ และ น.ส.อภิรดี ธนารักเกียรติ ผู้ต้องหาที่ 2 ที่หลบหนีในชั้นสอบสวนของดีเอสไอ กระทำการที่มีพฤติการณ์เหมือนกับแชร์ลูกโซ่ ได้พูดเชิญชวน พนักงานบริษัท ผู้เสียหาย ให้ร่วมลงทุนจำหน่ายโทรศัพท์ iPhone และ iPad โดยหลอกลวงสามารถจัดหาเครื่องได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาดจากบริษัทจำหน่ายโทรศัพท์รายใหญ่แห่งหนึ่ง จนทำให้ผู้เสียหาย 17 รายหลงเชื่อร่วมลงทุน ขณะที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้รวบรวมพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และสรุปสำนวนพร้อมความเห็นสมควรฟ้อง นางวรรณวิไล วัฒนศิริบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.อภิรดี ธนารักเกียรติ ผู้ต้องหาที่ 2 และ น.ส.ชไมพร ผู้ต้องหาที่ 3 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามความผิด พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งอัตราโทษตามกฎหมายทั้งสอง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 -10 ปี ส่งให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เพื่อพิจารณาสั่งคดี ซึ่งอัยการมีความเห็นเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสามรายดังกล่าว แต่เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี จึงยังไม่ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม น.ส.ชไมพร ผู้ต้องหาได้เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงนำตัวมาขออำนาจศาลอาญาฝากขังก่อนเป็นเวลา 12 วันเนื่องจากขณะนี้ติดวันหยุดยาวราชการ โดยสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะแจ้งเรื่องให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ทราบเพื่อเตรียมการฟ้องภายหลังดำเนินการตรวจรายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้วตามขั้นตอน

นายกิติก้อง ผอ.ส่วนคดีปราบปรามยาเสพติด 2 สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 กล่าวอีกว่า สำหรับนางวรรณวิไล วัฒนศิริบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 1 ที่หลบหนีไประหว่างประกันชั้นอัยการนั้น กลางสัปดาห์หน้า ดีเอสไอจะได้รวบรวมหลักฐานมายื่นคำร้องต่อศาลอาญาขออหมายจับเพื่อติดตามตัวมาฟ้องคดีต่อไป ส่วน น.ส.อภิรดี ธนารักเกียรติ ผู้ต้องหาที่ 2 นั้น ดีเอสไอได้ขอหมายจับและศาลได้ออกหมายจับมาแล้ว ซึ่งเราจะได้ติดตามจับตัวมาดำเนินคดีต่อไปเช่นกัน โดยคดีนี้มีอายุความ 15 ปี จึงไม่เป็นห่วงว่าคดีจะหมดอายุความระหว่างที่ต้องติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับน.ส.ชไมพร ไม้สีทอง ผู้ต้องหาที่นำดีเอสไอ นำตัวมาฝากขังนั้น จนถึงเวลา 12.00 น. ที่สิ้นสุดเวลาทำการศาลในการพิจารณาประกัน ก็ไม่ปรากฏว่ามีญาติยื่นคำร้องเพื่อขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงได้ควบคุมตัว น.ส.ชไมพร ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงตามขั้นตอน