"พล.อ.ประยุทธ์"แจงปฏฺิรูปตำรวจ หวังใช้โมเดลสภากลาโหมจัดการโยกย้ายข้าราชการพลเรือน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ”ถึงการปฏิรูปประเทศว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนนะครับ หลายท่านมีความตั้งใจที่ดีมีเจตนารมณ์ที่ดีอยากจะทำโน่นทำนี่ให้เสร็จในเวลาอันสั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยที่ตนยังอยู่นี่ แล้วก็ใช้อำนาจที่มีอำนาจตามมาตรา 44 ในวันนี้ อยากจะเรียนว่ามันมีหลายกิจกรรมนะครับ ในแต่ละเรื่องในการปฏิรูปมันมีหลายเรื่องด้วยกัน แต่สิ่งสำคัญต้องนึกถึงว่าในการบริหาราชการแผ่นดินในปัจจุบัน การปฏิบัติงานในปัจจุบัน ประสิทธิภาพในปัจจุบัน แล้วเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ นี่ จะทำยังไงที่จะต้องแก้ปัญหาที่พูดมาทั้งหมดเมื่อกี้นี้ ตนต้องใช้คนเหล่านี้ทำก่อน ทำให้มีประสิทธิภาพนะกรุ๊ปปิ้ง ใช้บูรณาการ ใช้มาตรา 44 ทั้งหมดเพื่อให้เกิดงาน ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว อย่างที่ท่านต้องการ ในการปรับโครงสร้างทั้งหมด ถ้าท่านรื้อทั้งหมดที่เดียวนี่ มันก็ทำงานไม่ได้ ในขณะนี้ผมคิดว่าการที่จะรื้อใหญ่ๆ ไว้ตรงโน้น แต่ท่านก็ต้องจัดระเบียบเสียตั้งแต่ตรงนี้ ว่าท่านจะทำอะไรตรงไหน การปฏิรูปนี่มี 3 ระยะด้วยกัน ผมเคยบอกไว้แล้วนะครับ ระยะ 1 / 2 / 3 ของ คสช. หรือของรัฐบาล 1 / 2 นี่คือของ คสช. กับรัฐบาล พอ 3 ของผมนี่ จะส่งไปโน่น ไปรัฐบาลใหม่ ก็จะเขียนไป 1-2-3 นะครับ 1 นั้นก็อาจจะ 4 ปี 5 ปี อะไรก็แล้วแต่ 5 5 5 นั่นแหละ ระยะ 1-2-3 เขาไปทางโน้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพราะงั้น เรื่องของโครงสร้างอะไรต่างๆ นี่ ถ้าทำได้ ตนก็จะทำเช่นตำรวจ ก็ต้องแยกมา เรื่องการสอบสวนจะทำยังไง ทดลองดูก่อนไหมตรงนี้ ทำได้ไหมว่าจะอยู่ตรงไหนกันบ้าง มาจากไหน ใครจะทำ เรื่องคดีความจะทำยังไง ตำรวจท้องที ตำรวจส่วนกลางทำยังไงเอาทุกอย่างคลี่ออกมาที่ละอัน ทีละอัน แล้วก็ส่วนหนึ่งทำไปนะ คู่ขนาน อีกส่วนก็ต้องปฏิบัติราชการต่อไป แก้ปัญหาให้ผม ทำงาน เพราะวันนี้ปัญหามันเยอะแยะ ก็ต้องรื้อ ต้องใช้คน ใช้ตำรวจ วันนี้ก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะ อันนี้คือผมปฏิรูปแล้วนะระยะแรกวางพื้นฐาน ลดขั้นตอน ให้การบริการประชาชน แล้วก็ได้รับความเชื่อถือจากสังคม จากประชาชน ไม่งั้นที่ผ่านมา ตำรวจก็ถูกตำหนิติเตียน เยอะแยะไปหมด มันอยู่ที่ว่าเราจะบริหารเขายังไงให้ความเป็นธรรมเขาอย่างไร
"วันนี้การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจก็ดีขึ้น ผมก็กำลังดูอยู่ว่า เรื่องของการที่จะตั้งสภา มาแต่งตั้งข้าราชการระดับกระทรวง มันเป็นไปได้ไหมผมก็อยากใช้แนวทางในส่วนของทหารนี่นะครับ ไม่ใช่ว่าทหารนี่จะดื้อดึงขัดขืนใครได้ ไม่ใช่นะครับ ที่ผ่านมารัฐมนตรี ผ่านมานายกรัฐมนตรีก็มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนี้ อย่างกองทัพก็จะมี พรบ. ทหาร พรบ.กลาโหมนะครับ ก็เพียงแต่ว่าทุกหน่วยงานในกระทรวงกลาโหมก็เสนอคนของเขาขึ้นมา เข้าที่ประชุมนะ สมมุติว่าที่ประชุม เอาสมมุตินะครับ 10 คนถ้าเกิน 2 ใน 3 ถ้าตกลงกันได้ทุกคนเอาขึ้นมา ตามแท่งของตัวเอง แล้วก็ไม่มีใครขัดแย้ง ก็อนุมัติไปตามนั้นนะครับ มีรัฐมนตรีกลาโหมเป็นหัวหน้า เป็นประธานกรรมการตรงนี้ นั่นน่ะเขาเสนอมาตามแท่งของเขา ถ้าจะแก้ปรับเป็นตามความเหมาะสมก็ทักท้วงกันตอนนั้นถ้าไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยก็ตั้งเลย ไม่เห็นด้วยก็ประชุมใหม่ ไปหามาใหม่ หรือเสนอคนใหม่เข้ามา 2 ใน 3 ก็ผ่านนั่นแหละเป็นอย่างนั้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ล่าวต่อว่าอยากให้ข้าราชการทั้งตำรวจ ทั้งข้าราชการ อยากให้เป็นอย่างนี้นะ ตอนนี้ก็มี กตร. อะไรอยู่แล้วนะ กตช. แต่ทำอย่างที่ทหารทำหรือเปล่า จะได้ๆ คนมาที่โตมาในแท่งของเขา ในพื้นที่ของเขา แล้วนายเขาก็เป็นคนเลือกของเขามา พอนายเขาเลือกมา ก็จะเป็นไปตามขั้นตอน ไปตามอาวุโสบ้างตามความรู้ความสามารถบ้าง หรือจะเป็นฟาสแทรก เพื่ออนาคตบ้าง มันต้องมีคนทั้ง 3 อย่าง สัดส่วนที่เหมาะสมอยู่ตรงนั้น เมื่อขึ้นมาแล้ว สมมุติว่าเป็นกระทรวงนะครับ ก็จะมีรัฐมนตรีกระทรวงนั้นเป็นประธานคณะกรรมการ แล้วก็ในส่วนของอธิบดี รองอะไร ปลัดกระทรวงรองปลัด อธิบดีก็อยู่ในคณะกรรมการ ก็แต่งตั้งคนของตัวเองขึ้นมา ตรงนั้นจะเป็นสรุปออกมาแล้ว และส่งมาอาจจะมี กพร. หรือ กพ. ครับ ที่ทำอยู่ตอนนี้เข้าไปเป็นเลขาคณะนี้ก็ได้
“ผมเสนอแนวคิดไปเฉยๆ นะ มันก็จะเกิดความเป็นธรรมชัดเจนขึ้น ตำรวจก็เหมือนกัน นะถ้าตั้งขึ้นมาอย่างนี้ มันก็เป็นสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน ไม่ใช่พวกใคร ขึ้นมาด้วยความชอบธรรม นายตัวเองต้องรู้ว่าลูกน้องตัวเองดีหรือไม่ดี มันจะได้ไม่ข้ามไปข้ามมา วิ่งเต้นกันเยอะแยะไปหมด ทหารวิ่งเต้นอย่างนี้ไม่ได้นะครับ เสียเงินก็ไม่มีนะ เพราะงั้นก็ต้องเป็นไปตามนี้ถึงจะรบได้ ถึงทำงานได้ไง ไม่งั้นใครขึ้นมาก็ครอบได้หมดทุกอัน ทั้งข้าราชการ ทั้งตำรวจ ก็เป็นแบบเดิมอีก ไปแก้แบบนี้ ตั้งใครมาสักกลุ่มหนึ่ง แล้วมีอำนาจตั้งทุกคนท่านจะรู่ไหมว่าแต่ละกระทรวง แต่ละหน่วยงานเขามีใคร เขาทำงานกันมาอย่างไร รู้ไหม ผมเป็นข้อเสนอแนะเท่านั้น แต่ถ้าเราจะเอาอย่างนั้นก็ตามใจนะครับ แล้วแต่ท่าน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สรุปแล้วปัญหาใหญ่ๆ เรื่องใหญ่นั้นที่ยังค้างอยู่ในระยะที่ 2 ของผมนี่ ผมจะส่งไประยะที่ 3 ของผม คือรัฐบาลใหม่ แล้วรัฐบาลใหม่ก็ไปกำหนด 1-2-3 ทำก็แล้วกัน คงเข้าใจตามนี้นะครับ หรือถ้าหากทุกคนเกรงว่าจะไม่ทำ สภาปฏิรูปกำหนดไว้ ก็อาจจะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญได้ไหม หรือกฎหมายลูกหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมไม่มีความรู้ทางกฎหมายมากนักนะครับ แต่ท่านไปทำให้เขาทำได้แล้วกัน ว่าทำอย่างไรกลไปเหล่านี้จะทำต่อ ทำยังไงรัฐบาลจะทำได้ ถ้าไม่ยอมกันอยู่แบบนี้ มันก็ไป เดินหน้าไม่ได้นะครับ วันนี้เราทำทุกอย่างตามขั้นตอนทั้งหมด ตาม Road Map ทั้งหมด Road Map ที่ว่าก็คือ มีรัฐธรรมนูญ นะวันนี้ขอให้มีประชามติ ผมก็ให้ทำประชามติได้เลย พอทำประชามติแล้วก็มีเลือกตั้งแต่ท่านไม่เคยมีใครถามผมเลยว่า เอ๊ะ ถ้ามันเลือกตั้ง ก่อนเลือกตั้งวุ่นวาย ทุกคนไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญกันอีก จะทำยังไง อ้าว.. มีมาตรการอะไรไหม สองก็คือเลือกตั้งแล้วนรัฐบาลปกครองไม่ได้ขึ้นมาอีก อีกพวกก็ต่อต้านทำไง นี่ ผมห่วงตรงนั้นมากกว่า ผมไม่ห่วงรัฐธรรมนูญ ไม่ห่วงอย่างอื่นเท่าไร ห่วงตรงนี้ คสช. จะรับผิดชอบตรงนี้ด้วย นะครับ รัฐบาลจะดูสถานการณ์ตรงนี้ด้วย แต่ทุกอย่างผมยืนยันว่า ทุกอย่างผมทำตาม Road Map เว้นแต่มีใครทำให้ Road Map ผมเปลี่ยนแปลงนะครับ





