จนท.เตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ให้กับเหยื่อการค้ามนุษย์ จากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม
ความคืบหน้าคดีเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮิงญาเจ้าหน้าที่ ยังคงเดินหน้าทั้งการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา และการสอบสวนรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนให้ทันภายในเดือนมิถุนายนนี้
โดยในส่วนของแนวทางการสอบสวน ขณะนี้มีการสอบผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ทั้ง 46 คนเสร็จแล้ว ส่วนพยานได้สอบไปแล้วกว่า 100 ปาก และมีอีกจำนวนมาก ส่วนเหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งมีอยู่ 64 คน ขณะนี้การสอบสวนใกล้แล้วเสร็จ เหลือเพียง 9 ปากเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม คดีนี้นอกจากการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาทั้งการค้ามนุษย์ รวมทั้งข้อหาอาชญกรข้ามชาติแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ 4 ฝ่าย คือพนักงานสอบสวน อัยการ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และตัวเหยื่อ จะร่วมกันหารือ เพื่อกำหนดความเสียหายของเหยื่อ ซึ่งสามารถชดใช้เป็นตัวเงินได้ โดยให้อัยการเป็นผู้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากผู้ต้องหาในคดีนี้ เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณา
ส่วนความคืบหน้าการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหานั้น พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ยังไม่มีการออกหมายจับหรือจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม โดยยังอยู่ที่ 77 หมายจับ ควบคุมตัว 46 คนและมี 31 คน ที่ยังหลบหนี ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ผู้ต้องหาคนสำคัญที่อยู่ในเครือข่ายของ นายปิยวัฒน์ พงษ์ไทย หรือโกหย่ง ใน จ.ระนอง ที่หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จะเข้ามอบตัวนั้น ยังไม่มีแต่อย่างใด
ส่วนที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งล่าสุดได้มีตั้งศูนย์ปฏิบัติการคดีโรฮิงญาขึ้นมาอีก 1 แห่ง นอกเหนือจากที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อดูภาพรวมของคดีทั้งหมด ทาง พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ เพื่อสรุปภาพรวมของคดีทั้งหมดในแต่ละวัน ทั้งการออกหมายจับ การจับกุมผู้ต้องหา การปฏิบัติงานตามแผนยุทธการปิดปลายทาง เพื่อให้ทั้งงานด้านคดีและงานด้านมวลชนเกี่ยวกับปัญหาค้ามนุษย์สามารถเดินหน้าควบคู่กันไป
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการคลี่คลายปัญหาค้ามนุษย์โรฮิงญา ซึ่งมีการจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งหมดแล้ว ทาง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้สั่งการให้เดินหน้างานด้านมวลชนในพื้นที่เป้าหมาย ทั้งต้นทางและปลายทางของขบวนการค้ามนุษย์ ตั้งแต่ จ.ระนอง สตูล และสงขลา เพื่อขอความร่วมมือจากประชาชนให้เข้ามาเป็นแนวร่วม ในการแจ้งเบาะแสหรือเป็นพยานในคดีนี้ ซึ่งที่ผ่านมา มีมวลชนที่เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่แล้วกว่า 6,846 คน เพราะส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาการค้ามนุษย์โดยเฉพาะชาวโรฮิงญาขึ้นอีก





