“ณัฐวุฒิ” ติงแม่น้ำ 5 สายพาเรือแป๊ะไปได้ไม่ไกลแน่ ถ้าไม่แก้เนื้อหาร่างรธน. เหน็บ แปะเทปกาวบนแผลสดแต่ไม่ใส่ยา ระวังเน่าจนรักษายาก
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่าวันนี้ครบหนี่งปีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. นัดคนหลายฝ่ายโดยบอกว่าไปเจรจา แต่สุดท้ายเป็นการวางแผนจับตัวเพื่อทำรัฐประหาร แต่ไม่เป็นไร ตนไม่ถือโทษโกรธเคือง นี่คงเป็นรูปธรรมของภาษิตสงครามว่า การศึกไม่หน่ายเล่ห์ เมื่อท่านเลือกใช้วิธีนี้ แล้วตนป้องกันไม่ได้ก็ต้องก้มหน้ารับมัน แต่สิ่งที่อยากสื่อสารกับท่านวันนี้คือ สถานการณ์ของประเทศหลังยึดอำนาจ 1 ปีจากความจริงที่ตนมองเห็นนั้นเรื่องใหญ่ที่สุดไม่ใช่รัฐธรรมนูญหรือการปฏิรูปที่กำลังตามใจแป๊ะกันอยู่ แต่มันคือปัญหาปากท้องของประชาชน ข้อมูลท่านเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ที่ตนสัมผัสในขณะนี้คือคนไทยลำบากมาก
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เสียงบ่นเรื่องรายได้ลด หาเงินยาก กินอยู่ขัดสน ดังไปทั่ว ชาวบ้านเขาไม่ยินดียินร้ายกับตัวเลขดัชนีอะไรที่รัฐบาลแถลงหรอก เพราะเงินในกระเป๋าและข้าวในหม้อคือดัชนีชี้วัดที่ตรงไปตรงมาที่สุดวิกฤติเศรษกิจปี 40 เริ่มจากระดับบนคือกลุ่มทุนผู้ประกอบการ แต่วันนี้ความอ่อนแอเกิดขึ้นข้างล่างกับคนเดินดินกินข้าวแกงทั่วไป เงินก้อนสุดท้ายเป็นค่าใช้จ่ายเปิดเทอมของลูกหลานไปแล้วนี่เป็นสัญญาณอันตราย ท่านจะมีทีเด็ดหรือมาตรการใดมาแก้ปัญหา โปรดเร่งมือและจัดลำดับความสำคัญเป็นอันดับแรกเรื่องการเมืองอย่าตั้งโจทย์ยากให้มากความ แม่น้ำ 5 สายพาเรือแป๊ะไปไหนไม่ได้ไกลหรอก สิ่งเดียวที่จะเป็นรูปธรรมติดยี่ห้อคสช.ไว้ก็คือรัฐธรรมนูญดังนั้นเร่งปรับเนื้อหาให้เป็นประชาธิปไตยแล้วคืนอำนาจ จัดการเลือกตั้งตามโรดแมป นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้เรียกร้องเพราะกระหายใคร่จะลงเลือกตั้ง แต่เชื่อว่าสถานการณ์นี้ถ้าลากยาวอยู่นานจะไม่เป็นผลดีกับใครเลยแม้แต่ตัวท่านและคณะเอง
“อีกเรื่องที่น่าห่วงคือ การพยายามสร้างวิธีคิดให้สังคมไทยเชื่อว่าการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จหรือวิธีการพิเศษคือคำตอบของทุกปัญหา เพราะผมเชื่อว่าหลายเรื่องที่ท่านทำนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน แต่เป็นการปิดเทปกาวบนแผลสดโดยไม่ได้ใส่ยา วันหนึ่งข้างหน้าอาจจะกลายเป็นแผลเน่าที่ยากต่อการรักษาอย่าเผลอคิดว่าที่ประชาชนนิ่งให้ท่านพูดและทำอะไรก็ได้นั้นเป็นเพราะเขาเห็นด้วยหรือเพราะท่านเก่ง ดี มีความสามารถเหนือนายกฯ คนอื่น แต่เพราะท่านมีปืน ทุกเสียงจึงเงียบลงทราบดีว่าความเห็นแบบนี้กวนใจท่าน แต่ผมห่วงว่าหากได้ยินแต่เสียงยกยอปอปั้นจากคนใกล้ชิดทุกวันอาจทำให้ท่านห่างจากความจริงไปทุกที หวังว่าท่านจะเปิดใจรับยาขมขนานนี้อย่าเสียดสีนักการเมืองว่าตอนมีอำนาจทำไมไม่ทำโน่น นั่น นี่ พอท่านมาทำวันนี้ก็วิจารณ์อยู่ได้กรุณาเข้าใจว่าคนที่เห็นต่างก็ห่วงใยบ้านเมืองเช่นกัน เรือแป๊ะเป็นของท่านแต่ประเทศไทยเป็นของเราทุกคน ผมไม่ได้ลงเรือแป๊ะไปด้วยจึงไม่มีหน้าที่ตามใจท่านที่สำคัญคือ ถ้าเพียงแค่เรือแป๊ะลำเดียวจะออกทะเลไปไหนก็ไม่ว่า แต่นี่ผูกทั้งประเทศไปกับลำเรือด้วยจึงต้องส่งเสียงบอกทางบ้าง”นายณัฐวุฒิกล่าว




