วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทร.ยันไม่มีทหารเรือยิงขับไล่'โรฮิงญา'

"พล.ร.อ.ไกรสร"ยันไม่มีทหารเรือยิงขับไล่ “โรฮิงญา” ออกนอกประเทศ

พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชาวโรฮิงญาออกมาระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารไทยใช้อาวุธปืนไล่ยิงเพื่อผลักดันให้ชาวโรฮิงญาออกนอกประเทศ ว่า เรื่องแบบนี้มันไม่มีหรอก ใครจะไปไล่ยิงเรือโรฮิงญา เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากความเข้าใจผิดกันมากกว่า ซึ่งเรือของชาวโรฮิงญาที่เข้ามาในประเทศเกิดจากแบตเตอรี่หมด และทางทัพภาคเรือที่ 3 ก็ได้เข้าให้ความช่วยเหลือจนเรือลำดังกล่าวสามารถเดินทางต่อไปได้ หลังจากนั้นเรือลำดังกล่าวก็กลับเข้ามาใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าน้ำทะเลเข้าไปในระบบน้ำมันทำให้เครื่องยนต์เกิดปัญหาโดยทางทัพเรือภาคที่ 3 ก็เข้าไปซ่อมแซมจนสามารถเดินทางต่อไปได้  

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ครั้งแรกที่เรือโรฮิงญาเข้ามาในน่านน้ำไทย เราได้นำอาหารใส่เฮลิคอปเตอร์เพื่อไปส่งให้ชาวโรฮิงญาที่อยู่ในเรือลำดังกล่าว จนกระทั่งในครั้งนี้ นอกจากเราได้ซ่อมแซมเครื่องยนต์ให้แล้ว ยังได้ให้อาหาร และ ยารักษาโรคไปด้วย และเราได้สอบถามกับชาวโรฮิงญาว่าจะเดินทางไปประเทศไหน ชาวโรฮิงญาก็บอกว่าจะเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้แล้วเราจะไปซ้อม หรือ ไล่ยิง ชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ทำไม ทั้งนี้ตนไม่อยากให้ไปฟังเลย เพราะไม่มีน้ำหนักอะไร พูดไปเรื่อย เราจะต้องเข้าใจ และนึกภาพให้ออกว่าถ้าจะยิงชาวโรฮิงญาแล้ว ทำไมเราจะต้องช่วยเหลือ ทั้งซ่อมเรือ ให้อาหาร และ ยา ซึ่งเราได้ช่วยทุกอย่าง

"กองทัพเรือไม่เคยผลักดันอะไรเลย หากพูดกันในลักษณะนี้จะทำให้เกิดความเสียหายได้ ชาวโรฮิงญาเมื่ออยู่น่านน้ำอยากจะไปไหนก็ไป หากเดือดร้อนอะไรเราก็ให้ความช่วยเหลือ แต่หากเข้ามาในประเทศไทยจะมีความผิดกฎหมายเรื่องการหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งชาวโรฮิงญาก็ไม่เข้ามาหรอก เพราะจุดมุ่งหมายของเขาต้องการที่จะไปประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเรื่องนี้กองทัพเรือพยายามทำอย่างละเอียดและรอบคอบทุกอย่าง ส่วนการประชุมแก้ไขปัญหาเรื่องชาวโรฮิงญาที่กระทรวงการต่างประเทศในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ทางกองทัพเรือคงไม่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของทางกระทรวงการต่างประเทศ แต่หากข้อมูลก็พร้อมสนับสนุน เพราะกองทัพเรือเป็นเพียงเครื่องมือส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่หากผู้บังคับบัญชาสั่งการก็พร้อมในฐานะผู้ปฏิบัติงาน" พล.ร.อ.ไกรสร ระบุ  

พล.ร.ต.สมชาย ณ บางช้าง เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า ข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความจริงเลย ซึ่งรู้ว่าทำไมถึงได้เอาข่าวแบบนี้มาลง ทำให้เกิดความเสียหาย แต่เรื่องที่เกิดขึ้นคิดว่าเมื่อชาวโรฮิงญาเดินทางไปอยู่ที่ประเทศที่ 3 แล้ว จะพูดอะไรก็พูดได้ ที่ผ่านมาทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และปฏิบัติอย่างอย่างละมุนละม่อม ไม่ได้มีการทำร้าย หรือ ข่มขู่ อย่างที่เป็นข่าว ทั้งนี้ทางผู้บังคับบัญชาการก็ได้รับทราบในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตลอด และเชื่อว่าคงไม่ได้ติดใจอะไร เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นไมได้เป็นความจริงใด ๆ เลย

ด้าน น.ต.วีระพงษ์ นาคประสิทธิ์ ผบ.หน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง 491 ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความจริงตามที่มีการนำเสนอ ซึ่งหน่วยของตนได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือกับชาวโรฮิงญากลุ่มนี้อย่างเต็มที่ และปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็ทำแบบความจริงใจ และมีน้ำจิตน้ำใจด้านมนุษยธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกล่าวหาของชาวโรฮิงญา ทั้ง ๆ ที่เราให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกล่าวหาที่สวนทางกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่

"ผมยืนยันเลยว่าเจ้าหน้าที่ทหารเรือทุกหน่วย และ ทุกลำ ที่ออกปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ไม่ได้มีการปฏิบัติการละเมิดสิทธิของชาวโรฮิงญาเลย และไม่ได้แสดงกิริยาในการปฏิบัติ เราทำด้วยความสุภาพ ทั้งการซ่อมเครื่อง มอบอาหาร และยารักษาโรค ทั้งนี้ชาวโรฮิงญาเมื่อเดินทางไปถึงประเทศที่ 3 แล้ว อาจจะจำผิด เพราะระหว่างทางอาจจะไปเจอทหารจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือ กองกำลังประเทศอื่น และ คิดว่าเป็นทหารไทย หรือพูดลอย ๆ กล่าวหา ทั้ง ๆ ที่ทหารเรือเราช่วยเหลือในทุกรูปแบบมันสวนทางกัน และที่สำคัญชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ไม่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทย ประเทศไทยเป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น เราไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังอะไร ไม่ต้องไล่ ชาวโรฮิงญาก็ไปแล้ว"น.ต.วีระพงษ์ ระบุ