"ดอน"ยันพม่า-บังกลาเทศ เข้าร่วมประชุมโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย 29 พ.ค.นี้ ระบุเรื่องโรฮิงญาเป็นปัญหาทุกประเทศต้องร่วมกันแก้
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทวิภาคีกับนายตัน จ่อ รมช.ต่างประเทศพม่า จากนั้น นายตัน จ่อ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า พม่ากำลังพิจารณาจะส่งผู้แทนมาร่วมประชุมระดับผู้ปฏิบัติหรือเจ้าหน้าที่อาวุโส ว่าด้วยเรื่อง โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดียในวันที่ 29 พ.ค. 58 ภายหลังที่ได้หนังสือเชิญจากไทยแล้ว ซึ่งขณะนี้เข้าใจว่า ผู้แทนจากหลายประเทศได้ให้ตอบรับเข้าร่วมประชุม รวมถึงผู้แทนองค์กรสหประชาชาติดัง โดยเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะได้หารือพูดคุยถึงการแก้ไขปัญหานี้ เพราะพม่าเห็นว่าเราจำเป็นแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน
เมื่อถามว่าพม่าพร้อมจะรับคนเหล่านี้กลับประเทศหรือไม่ นายตัน จ่อ กล่าวว่า สิ่งแรกที่จำเป็นต้องมีคือการพิสูจน์สัญชาติให้ชัดเจนว่าบุคคลเหล่านี้มาจากพม่าจริงหรือไม่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นชาวพม่าจริง ก็เป็นไปได้ที่พม่าจะพิจารณารับกลับประเทศ สิ่งที่ทุกฝ่ายเข้าใจชัดเจนคือคนที่ิิเดินทางออกมาต้องเดินทางไปยังประเทศอื่น แต่หากพิสูจน์ได้ว่าคนเหล่านี้เป็นชาวพม่าจริงเราก็พร้อมจะรับกลับ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพม่าระบุว่าพร้อมจะให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม จะสามารถให้รายละเอียดได้หรือไม่ นายตัน จ่อ กล่าวว่า หากพวกที่อยู่ในทะเลประสบปัญหาในน่านน้ำของพม่า เราก็จำเป็นให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพราะเป็นพันธกรณีของทุกประเทศ ดังนั้นหากเราพบเรือในน่านน้ำของพม่า รัฐบาลพม่าก็จะให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมกับบุคคลเหล่านั้น
เมื่อถามว่า การประชุมในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะมีผลอะไรเป็นรูปธรรมหรือไม่ นายตัน จ่อ กล่าวว่า การหารือที่จะมีขึ้นมีเป้าหมายด้านมนุษยธรรม ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะเป็นการประชุมที่ดี เพราะเรามุ่งเน้นไปที่ประเด็นด้านมนุษยธรรมเป็นหลัก แต่หากจะมุ่งเป้าไปที่เรื่องการเมืองก็เชื่อว่าจะทำให้เรื่องซับซ้อนและยุ่งยากมากยิ่งขึ้น
ด้านนายดอน กล่าวว่า ขณะนี้มี 17 ประเทศและ 3 องค์กรระหว่างประเทศที่ตอบรับจะเข้าร่วมประชุมในวันที่ 29 พ.ค.นี้ รวมถึงพม่าและบังกลาเทศ โดยการประชุมนี้จะมองในภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนสำหรับผู้ที่ยังลอยเรืออยู่ในทะเล ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น สำหรับผู้ที่ขึ้นฝั่งแล้ว จะได้รับการดูแลให้ที่พักพิงชั่วคราว ขณะที่การแก้ไขปัญหาระยะยาว จะมุ่งไปที่ผู้ที่ยังไม่ได้เดินทางออกมาว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เดินทางออกมาอีก โดยเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ประชาคมระหว่างประเทศต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการไหลบ่าของผู้คนออกมาอีก ดังนั้น เราต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้ผลอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า มาเลเซียและอินโดนีเซียประกาศว่าพร้อมให้ที่พักพิงชั่วคราว แต่ดูเหมือนไทยจะยังสงวนท่าที นายดอน กล่าวว่า ไม่ใช่ นายกรัฐมนตรีได้บอกแล้วว่าไทยได้ให้การดูแลคนเหล่านี้มาตลอด เราใช้กฎหมายภายในประเทศดูแลในลักษณะของเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย และดูแลในส่วนจำเป็น ซึ่งก็ไม่ต่างจากเพื่อนบ้านที่ระบุว่าจะรับดูแลเป็นการชั่วคราวระยะเวลา 1 ปีก่อนจะให้ออกไป
เมื่อถามว่า ระหว่างนี้จะทำความเข้าใจกับประชาคมระหว่างประเทศอย่างไร เพราะมีเสียงเรียกร้องจากองค์กรระหว่างประเทศให้ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียช่วยกันดูแลคนเหล่านี้ นายดอน กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่มีเสียงเรียกร้อง เพราะถ้ามองจากข้างนอกเข้ามาเห็นว่าเรือยังไม่ขึ้นฝั่ง ก็อาจทำให้เกิดความห่วงกังวล จึงเป็นธรรมดาที่จะมีการแสดงท่าทีให้ประเทศที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ แต่การแสดงความรับผิดชอบของไทยมีมาก่อนหน้านั้น ซึ่งเห็นได้จากการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว และสามารถอธิบายได้ เพราะตั้งแต่มีการใช้ ม.44 มีการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องในทุกๆ ด้านอย่างเป็นระบบและมีความตั้งใจจริงมากขึ้น กระทั่งการค้นพบค่ายหรือหลุมศพทางภาคใต้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามและความร่วมมือระหว่างไทยกับเอ็นจีโอบางส่วน เพื่อตรวจสอบและทลายขบวนการค้ามนุษย์ เพียงแต่เราไม่ได้ออกมาให้ข่าวในระหว่างดำเนินการ ดังนั้นไม่จำเป็นที่ต้องออกไปหาทางชี้แจงหรือแก้ไขประเด็นเหล่านี้ เพราะความจริงที่ปรากฏจะพูดแทนเรา ขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในแง่วิธีการ กระทั่งการประชุมที่ไทยจะจัดขึ้นในวันที่ 29 พ.ค.ก็เป็นความริเริ่มของนายกรัฐมนตรี ที่จะให้มีการประชุมดังกล่าวขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไทยได้คาดหวังอะไรจากการประชุมที่จะมีขึ้น นายดอน กล่าวว่า ข้อสำคัญคือการแสดงให้เห็นว่า ประชาคมระหว่างประเทศเอาใจใส่กับเรื่องดังกล่าว และมีการแสดงให้ทั่วโลกทราบว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ต้องดูแลร่วมกันและหลายประเทศให้ความสนใจ ผู้ที่อยู่ในกระบวนการกระทำความผิดทั้งต้นทาง ผู้ที่หลอกล่อให้คนออกมา และขบวนการอำนวยความสะดวก คนเหล่านี้ต้องรู้ว่า ไม่ได้ทำง่ายๆ อีกต่อไป นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าประเทศอย่างเราๆ เอาใจใส่ปัญหาดังกล่าว ไม่เช่นนั้นคงไม่ลุกขึ้นมาจัดประชุม





