"บวรศักดิ์" คาด มติ "ครม.-คสช." ขยายวันทำงานเพิ่มอีก 30 วัน เพื่อให้งานยกร่างรธน. ไม่เกิดภาวะฉุกละหุก
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานฯ ได้นัดประชุมเพื่อหารือถึงกรอบการทำงาน โดยภายหลังการประชุมนายอรัญ พันธุมจินดา สมาชิกพรรคพรรคชาติพัฒนา เข้ายื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของพรรคชาติพัฒนาต่อนายบวรศักดิ์ ตามที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทำหนังสือเพื่อขอความเห็นไปก่อนหน้านี้
จากนั้นนายบวรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ขยายเวลาทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต่อประเด็นทำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญออกไปอีกไม่เกิน 30 วัน จากเดิมที่กำหนดเวลาให้ 60 วันนับตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. ว่า ส่วนตัวมองว่าครม. กังวลถึงเวลาทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องทำงานในภาวะฉุกละหุก และต้องเร่งทำงานในส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และครม. เสนอคำขอแก้ไขรวมทั้งสิ้น 9 คำขอ ตั้งแต่ 09.00 – 24.00 น. แบบไม่มีวันหยุด และเวลาพิจารณาที่แท้จริงจะมีเพียง 40 วัน จากเวลาทั้งหมด 60 วัน เพราะระยะ 20 วันนั้นจะเป็นส่วนของการรับฟังคำชี้แจงและ ตรวจรายละเอียดถ้อยคำของเนื้อหาที่ต้องไม่มีมีข้อผิดพลาด อย่างไรก็ตามในระยะเวลา 60 วัน นั้นตนถือว่าเพียงพออยู่แล้ว แต่กรณีที่ขยายเวลาเพิ่มเติมออกไปเป็นความเห็นของครม. และคสช.เอง ไม่เกี่ยวกับกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ทั้งนี้ในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตนยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องดูรายละเอียดคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญที่ครม. และคสช. จะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อน
นายบวรศักดิ์ กล่าวถึงการเปิดช่องให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยอมรับกระแสกดดันต่อการทำงานที่จะเข้ามา แต่เมื่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ที่ทำข้อเสนอให้ทำประชามติต่อคสช.แล้วต้องยอมรับ สำหรับการเตรียมความพร้อมของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต่อแนวทางการทำประชามติขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งการทำประชามตินั้นต้องพิจารณาอีกครั้งหลังจากที่สปช. ลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ส่วนกรณีที่มีสปช. ให้ความเห็นว่าหากไม่แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอแล้วจะลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นเอกสิทธิของสปช.ที่จะตัดสินใจ แต่สปช.ต้องทราบด้วยว่าเมื่อลงมติไม่เห็นชอบกระบวนการต้องเริ่มต้นใหม่ ทั้งการเลือกสปช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปี
“วัน และเวลายังมาไม่ถึง ยังไม่ได้พูดเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติม กรณีมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญบาคนพูดว่าจะไปตัดตรงนั้น แก้ไขตรงนี้ เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งคณะ เพราะคณะยังไม่ได้ประชุมกันเลย ขณะที่ประเด็นที่นักการเมือง และสปช. ที่ส่งสัญญาณตรงกันเรื่องแก้ไขกลุ่มการเมือง นั้นจะพูดก่อนที่เห็นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ คือไม่เห็นน้ำไปตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกไปโก่งหน้าไม้ ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ธรรมเนียม” นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวถึงกรอบทำงานพิจารณาคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่า ในวันที่ 25 พ.ค. ถือเป็นวันสุดท้ายที่สปช. จะส่งคำขอแก้ไข จากนั้นกมธ.จะใช้เวลา 3 วัน คือ วันที่ 26 พ.ค. , 28-29 พ.ค. ประชุมเพื่อสนทนาธรรมกันก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณารายละเอียดคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอ
ด้านนายวุฒิสาร ตันไชย โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญถึงการวางกรอบเวลาเพื่อพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ในวันที่ 2 – 7 มิ.ย. เป็นช่วงเวลาที่กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่รวมกลุ่มและเสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ส่งตัวแทนกลุ่มละไม่เกิน 5 คนเข้าชี้แจงต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะให้เวลาชี้แจงคำขอละ 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนว่าสปช.กลุ่มใด หรือ ครม. จะเข้าชี้แจงในวันใด ซึ่งในส่วนของ ครม. จะทำหนังสือเพื่อประสานไปอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามการกำหนดให้มีการชี้แจงดังกล่าวเพื่อนำรายละเอียดไปประกอบการพิจารณาของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง
“สำหรับการกำหนดให้สปช. และครม. เข้าชี้แจงนั้นได้ยึดความอย่างเป็นทางการที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดไว้ ส่วนพรรคการเมือง องค์กรอิสระ และหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้ส่งความเห็นและข้อเสนอให้แก้ไขร่างอรัฐธรรมนูญนั้นจะนำมาพิจารณาประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ” นายวุฒิสาร กล่าว




