วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯสั่ง'ครม.-คสช.'เร่งกม.ก่อนหมดโรดแมป

"พล.อ.ประยุทธ์"สั่งทบทวนภารกิจร่วม"ครม.-คสช."เร่งกฎหมายให้ผ่านสภาก่อนหมดโรดแมป หากเร่งด่วนนำ "ม.44"แก้ปัญหาก่อน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.)กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการให้ทบทวนเป้าหมายการทำงานร่วมกันของ ครม.และคสช.เพื่อให้ทั้งสองส่วนตระหนักถึงภารกิจร่วมกันในการให้ประชาชนมั่งคั่ง ประเทศชาติมั่นคง 

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า โดยมีเป้าหมาย 4 ประการ คือ 1.ต้องรักษาความมั่นคงภายใน ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก 2.การทำงานตามหน้าที่ของกระทรวง ทวง กรม ขับเคลื่อนบริหารงานของแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของประชาชน 3.วางแผนงานปฏิรูปประเทศในอนาคต โดยจะต้องประสานงานร่วมกันระหว่างสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)กับ ครม.เพื่อจะได้มีทิศทางเดียวกัน และ 4.ต้องแก้ไขกฎหมายที่ยังติดขัดอยู่ ประเด็นปัญหาอุปสรรคในการบริหารราชการ และความเหลื่อมล้ำ 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเรื่องกฎหมายในช่วงที่ผ่านมา โดยมีข้อสรุปว่าปัจจุบันทางรัฐบาล และคสช. ได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว 110 ฉบับ โดยเป็น ร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่าน สนช.ไปแล้ว มีที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และรอระหว่างทูลเกล้าฯ 84 ฉบับ และยังมีที่ค้างใน สนช. 26 ฉบับ อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวเป็นตามเป้าหมายของครม.และ คสช.ที่จะผลักดันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และพันธสัญญากรณีต่างประเทศด้วย 

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 ก็ได้ มีการชี้แจงให้ คสช. และครม. รับทราบร่วมกันว่า มาตรา44 มีอำนาจสั่งการได้ที่เกี่ยวกับทางนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ แต่ว่าในปัจจุบันไม่เคยมีการใช้มาตรา 44 ไปดำเนินการทางตุลาการ ในการชี้ผิดชี้ถูกเลย มีเพียงใช้ในทางบริหารและนิติบัญญัติเท่านั้น โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำทุกกระทรวง ทบวง กรม เร่งรัดเสนอร่าง ร่างกฎหมายเข้ามาให้ ครม.เพราะระยะเวลาตามโรดแมปใกล้หมดแล้ว หากประเด็นใดต้องใช้เวลานาน ต้องจำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยให้เสนอหัวหน้าคสช. ใช้มาตรา44 เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน แล้วค่อยออก พ.ร.บ.ภายหลัง 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีเคยมีดำริ ในการทำความเข้าใจกับประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายกฯก็อยากฟังมุมมองนักวิชาการของต่างประเทศ เพื่อมาสะท้อนมุมมองด้านประวัติศาสตร์ วิกฤต และการปฏิรูปที่ประเทศนั้นๆ ผ่านมา และทางกระทรวงการต่างประเทศ กับนายวิษณุก็ได้ประสานงานกับนักวิชาการต่างประเทศได้แล้ว โดยในวันที่ 22 พ.ค.นี้จะมีรับฟังประสบการณ์กับ ศาสตราจารย์ชาวฝรั่งเศสชื่อ โดมินิค รุสโซ่ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ และประวัติศาสตร์ และวันที่ 26 พ.ค. ก็จะรับฟังความคิดเห็นนักวิชาการจากฝรั่งเศสอีก ชื่อ มิเชล โทเปอร์ สุดท้ายวันที่ 27 พ.ค.จะฟังความคิดเห็นนักวิชาการประเทศ เยอรมัน 1 ท่านคือ ศาสตราจารย์ ฟูริค คาร์เปน จากมหาวิทยาลัยฮัมบรูกด้วย