"วิษณุ"เผยครม.รับทราบข้อสรุป 3 ประเด็นแก้ร่างรธน. เตรียมถกอีกรอบ 25 พ.ค.นี้ ก่อนส่งกมธ.ยกร่างฯ ในวันเดียวกัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อสรุปในการขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญหลังจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้เสนอความเห็นเข้ามา โดยตนในฐานะผู้รวบรวมความเห็นได้สรุปให้ที่ประชุมได้รับทราบแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแบ่งได้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มที่ว่าด้วยเรื่องถ้อยคำที่ยังกำกวม ไม่มีความชัดเจนในความหมาย จนปฏิบัติตามได้ยาก เช่น คำว่าพลเมือง ปวงชนชาวไทย ประชาชน ราษฎร บุคคล ซึ่งคำเหล่านี้มีความหมายต่างกันอย่างไร 2.กลุ่มที่ว่าด้วยข้อความ ซึ่งไม่ควรจะอยู่ในมาตรานั้นๆ แต่ควรย้ายไปอยู่ในมาตราอื่นแทน หรือควรบัญญัติเพิ่มเติม 3.กลุ่มที่กระทบต่อหลักการสำคัญ ซึ่งมีหลายเรื่องจะเสนอให้ กมธ.ยกร่างฯตัดออก บางมาตราอาจเสนอให้ปรับปรุง ทบทวน อย่างไรก็ตาม ครม.ยังต้องการเห็นข้อสรุปที่ละเอียดมากกว่านี้ จึงมีการนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 25 พฤษภาคม โดยเป็นการประชุมวาระพิเศษของ ครม.เพื่อหารือในร่างรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ ซึ่งตนจะเสนอข้อสรุปโดยละเอียดในวันดังกล่าว ก่อนจะส่งข้อสรุปขอแก้ไขให้ กมธ.ยกร่างฯในวันเดียวกันนี้ เพราะถือเป็นวันที่สุดท้ายที่จะยื่นขอแปรญัตติ
นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะที่ คสช.ได้หารือเป็นเอกฉันท์แล้วว่าจะไม่เสนอความเห็นขอแก้ไขเพิ่มเติมไปยัง กมธ.ยกร่างฯ เพราะแม้ คสช.จะเป็นแม่น้ำสาย 1 ใน 5 สาย แต่ก็เปรียบเสมือนมหานทีสีทันดร ถือเป็นต้นน้ำของแม่น้ำทุกสาย จึงมีอำนาจในตัว ถ้า คสช.เสนอความเห็นไปยัง กมธ.ยกร่างฯ แล้ว กมธ.ยกร่างฯแก้ไขตาม ก็จะถูกข้อครหาว่าทำตามใบสั่ง ขณะเดียวกันถ้า คสช.ขอแก้ไขไปแล้ว กมธ.ยกร่างฯไม่แก้ไขตาม ก็จะเป็นช่องทางให้เกิดการประชดประชันได้ว่า กมธ.ยกร่างฯแข็งข้อ คสช.แพ้ หรือว่าสุดท้ายเสียของเพราะ กมธ.ยกร่างฯไม่เอาด้วย หน้าแตกไปตามเรื่องตามราว ทั้งนี้ หากสมาชิก คสช.คนใด มีข้อเสนอหรือความเห็น ก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ที่สามารถแจ้งผ่าน ครม.ได้ แล้วหากมีเหตุผลเพียงพอก็จะประมวลเป็นความเห็นของ ครม. นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ยังได้มอบหมายให้ตนตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาพิจารณา โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว) พ.ศ.2557 และการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยตนจะดูแลใน 2 ส่วนนี้ แต่ไม่ได้ทำเพียงผู้เดียว จึงต้องประชุมเรื่องดังกล่าวเพื่อตัดสินใจในวันที่ 25 พฤษภาคมอีกครั้ง
เผยผู้เชี่ยวชาญจากตปท. ให้ศาลชี้ขาด
นายวิษณุ กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีความต้องการให้ประชาชนรับทราบและเกิดความเข้าใจการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในต่างประเทศ จากนั้นได้มีการตั้งคณะทำงานซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และหลังจากมีการประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง ทำให้ได้ข้อสรุปว่า ได้ผู้เชี่ยวชาญ 3 คน จากประเทศฝรั่งเศส 2 คน ประเทศเยอรมัน 1 คน ซึ่งทั้งหมดจะมาแสดงปาถกฐา ที่อาคารวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องการผ่านพ้นวิกฤติเข้าสู่ประชาธิปไตย โดยถอดบทเรียนจากประเทศของตัวเอง ประกอบด้วย 1.วันที่ 22 พฤษภาคม ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยปารีส ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านรัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และรัฐธรรมนูญ มีประสบการณ์ในการร่างกฏหมาย และแก้วิกฤติ ทั้งยังเข้าใจในพัฒนาการทางการเมืองจนเป็นที่ยอมรับ 2.วันที่ 26 พฤษภาคมศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยซอร์บอน ประเทศฝรั่งเศส มีผู้เชี่ยวชาญและมีส่วนผลักดันโดยเรื่องของการให้ศาลเป็นผู้ตันสินชี้ขาดเรื่องต่างๆ
รวมทั้งวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และให้ประชาชนมีสิทธ์ร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง จนเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ 3.วันที่ 27 พฤษภาคม ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี มีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ กฎหมาย ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาช่วยร่างรัฐธรรมนูญแก้วิกฤติ ช่วยสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศที่แยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต โดยทั้ง 3 คนยังเป็นที่ปรึกษาให้กับประเทศในทวีปแอฟริกาที่ต่อสู้ สงคราม และสามารถฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม จะมีการเชิญ กมธ.ยกร่างฯทั้ง 36 คน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ครม. นักวิชาการและผู้สนใจบางส่วน เข้าร่วมรับฟัง
เมื่อถามว่าหากมีการตัดสินใจทำประชามติ จะสามารถดำเนินการในช่วงเดือนใด นายวิษณุ กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว ซึ่งไม่ผูกมัดกับ ครม.และ คสช. หากมีการตัดสินใจว่า ต้องทำประชามติ ก็คาดว่าการทำประชามติจะเกิดขึ้นภายในเดือนมกราคม 2559 หากผ่านการทำประชามติก็จะมีการทูลเกล้าฯและประกาศรัฐธรรมนูญต่อไป
เมื่อถามต่อว่า หากมีการทำประชามติจะส่งผลให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ และจะสามารถเลือกตั้งได้ในช่วงใด นายวิษณุ กล่าวว่า ในร่างรัฐธรรมนูญที่ได้เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลว่า เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว กมธ.ยกร่างฯ จะต้องร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.บ.) ว่าด้วย การเลือกตั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยขั้นตอนของ กมธ.ยกร่างฯจะใช้เวลาราว 1 เดือน หรือเร็วกว่านั้น หากร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับคู่ขนานไปในช่วงนี้ หลังจากได้ร่างกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับแล้ว ต้องส่งต่อให้ สนช.พิจารณาโดยใช้เวลาไม่เกิน 60 วันหรือ 2 เดือน เมื่อ สนช.เห็นชอบก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีกราว 1 เดือน แล้วจึงสามารถทูลเกล้าฯเพื่อประกาศใช้กฎหมายลูกในการจัดการเลือกตั้งได้ โดยในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดไว้ว่า ต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 3 เดือนหลังมีการประกาศใช้กฎหมายลูก รวมระยะเวลา 7 เดือนภายในจากการทำประมติจึงจะมีการเลือกตั้ง
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า จุดแข็งการทำประชามติ คือ สะท้อนความต้องการของประชาชน สร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญปี 2550 ผ่านการทำประชามติมาแล้ว ส่วนจุดอ่อน นอกเหนือจากงบประมาณราว 3 พันล้านบาทที่ต้องใช้แล้ว ยังอาจจะมีเสียงโจมตีว่า รัฐบาลอยากอยู่ต่อ จึงไม่พูดเรื่อประชามติมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งในระหว่างการเผยแพร่เนื้อหาให้ประชาชนรับทราบ คาดว่าจะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม
เมื่อถามว่า ถ้าการทำประชามติไม่ผ่าน ขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร จะเขียนระบุในรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่จะแก้ไขด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องเขียนไว้ เพราะถ้าไม่เขียนจะทะเลาะกันตาย ซึ่งเนื้อหาในคณะทำงานที่ตนพิจารณานั้นจะเสนอให้ครม.และ คสช.ก่อนที่จะเสนอให้ กมธ.ยกร่างฯ ส่วนคำถามหากมีการทำประชามติ จะมีแค่รับหรือไม่รับ หรือจะมีคำถามอย่างอื่นอีกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในที่ประชุมร่วมก็มีการตั้งประเด็นว่าการทำประชามติจะถามหลายอย่างได้หรือไม่ ถ้าได้จะถามเรื่องอะไร
เมื่อถามว่าถ้ามีการทำประชามติจริงต้องมีการรณรงค์ให้รับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะมีการพิจารณาผ่อนปรนการห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นจุดหนึ่งที่ยังไม่พูดในวันนี้ แต่ถ้าไปถึงจุดที่จะทำประชามติตนเชื่อว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาต่อไปเพื่อให้เกิดบรรยากาศของการทำประชามติอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่าข้อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่กระทรวงต่างๆส่งเข้ามา มีความเห็นเกี่ยวกับการที่กลุ่มการเมืองสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มี ซึ่งส่วนใหญ่เสนอให้ตัดออก





