วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบช.น.นำทีมส่งสำนวนคดีปาบึ้มศาลให้อสส.สั่งคดี

ผบช.น.นำทีมส่งสำนวนคดีปาระเบิดลานจอดรถศาลอาญาค่ำ 7 มี.ค. ให้อัยการสูงสุดสั่งคดี รวมผู้ต้องหา 2 สำนวน 20 ราย ยังหนี 4 ราย

ที่สำนักอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น. , พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 , พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 , พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รองผบก.น.6 เข้าพบนายพิบูลย์ จตุพัฒนกุล รองเลขานุการอัยการสูงสุด และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ตัวแทนนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เพื่อส่งมอบสำนวนการสอบสวนคดีปาระเบิดใส่ลานจอดรถศาลอาญา ช่วงค่ำวันที่ 7 มี.ค.58 รวม 2 สำนวนที่เกิดเหตุในพื้นที่ สน.พหลโยธิน และ สน.โชคชัย พร้อมพยานหลักฐานเอกสาร 2 แฟ้มใหญ่ความหนากว่า 3,000 หน้า และความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายมหาหิน หรือสายเยี่ยวแดง ขุนทอง อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 ที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ร่วมก่อเหตุปาระเบิดใส่ลานจอดรถศาลอาญา , นายยุทธนา หรือ องค์ดำ เย็นภิญโญ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ที่เป็นผู้ขว้างระเบิด , นางสุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ อายุ 49 ปี ผู้จ้างวาน ผู้ต้องหาร่วม และพวกรวม 20 ราย ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี 1 รายที่เป็นบุตรชายของนางสุภาพร ที่กำลังหลบหนีอยู่ ใน 10 ข้อหาฐานร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น , มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น ฯ , มียุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยมีและใช้อาวุธปืน

และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 , 138 , 140 , 209 , 221 , 289(2)(4) , 358 , 371 , 376 , พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 ม.4(2) , 7 , 8 ทวิ วรรคแรก , 55 , 72 วรรคแรก , 72 ทวิ วรรคสอง , 78 วรรคแรกและวรรคสาม , พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ม.4 , 15 วรรคแรก , 42 , ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่องกำหนดยุทธภัณฑ์ ที่ต้องขออนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ ฯ ลงวันที่ 30 พ.ย.50 ข้อ 2.1.2 และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 50 พ.ศ.2557 ลงวันที่ 30 พ.ค.57 

ภายหลังเป็นตัวแทนอัยการสูงสุดรับมอบสำนวนการสอบสวนแล้ว นายพิบูลย์ จตุพัฒนกุล รองเลขานุการอัยการสูงสุด กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำเรื่องเสนอ อัยการสูงสุด พิจารณามีความเห็นสั่งคดีต่อไป โดยการพิจารณาเอกสารหลักฐานอาจจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจดูสำนวน ส่วนการทำความเห็นสั่งคดีจะเสร็จสิ้นเมื่อใดนั้น ก็มีระยะเวลาฝากขังต้องพิจารณาอยู่ ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการฝากขังครั้งที่ 6 อย่างไรก็ดีมั่นใจว่าจะมีคำสั่งได้ทันภายในกำหนดระยะฝากขังครั้งสุดท้ายที่จะมีเวลาประมาณ 24 วัน

"เรื่องนี้มีความระมัดระวังเพราะเป็นคดีสำคัญทั้งสื่อมวลชนและประชาชนจับตาดูอยู่ จะทำให้เสร็จสิ้นภายในเงื่อนไขกำหนดเวลาฝากขัง"นายพิบูลย์ กล่าว

ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ ผบช.น. กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับระเบิดศาลอาญานั้น มี 2 สำนวน สำนวนแรกขึ้นกับพื้นที่ สน.พหลโยธิน สำนวนที่ 2 ขึ้นกับ สน.โชคชัย โดยทั้ง 2 สำนวนพนักงานสอบสวนสรุปความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหา รวม 20 คน ซึ่งหลบหนี 4 คน เป็นเยาวชน 1 คน เป็นผู้ใหญ่ 15 คน ในข้อหาที่ต่างกรรมต่างวาระกันไป ส่วนผู้ต้องหาที่ยังจับกุมไม่ได้อยู่ระหว่างการจัดชุดพนักงานสืบสวนออกติดตาม สำหรับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศนั้น ก็พร้อมประสานนายตระกูล อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการติดตามตัวตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปมั่นใจในพยานหลักฐาน โดยเท่าที่อัยการที่ปรึกษามาช่วยดูแลเรื่องสำนวนก็เรียบร้อยดีไม่มีข้อติดขัดแต่อย่างใด เพราะอัยการสูงสุดได้แต่งตั้งพนักงานอัยการมาร่วมสอบสวนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ได้แยกสำนวนการสอบสวน 2 สำนวน ประกอบด้วย 1.สำนวนคดีอาญาที่ 249/2558 ของสน.พหลโยธิน เหตุเกิดบริเวณ ลานจอดรถศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ช่วงเดือน ก.พ.58 - 8 มี.ค.58 ที่มีผู้ต้องหารวม 18 คน โดยถูกกล่าวหากรนะทำผิดกฎหมายรวม 10 ข้อหา ซึ่งสามารถจับกุมได้ 14 คน ประกอบด้วย นายมหาหิน หรือ สายเหยี่ยวแดง ขุนทอง ผู้ต้องหาที่ 1 , นายยุทธนา หรือ องค์ดำ เย็นภิญโญ ผู้ต้องหาที่ 2 , นางณัฎฐพัชร์ หรือ นัท อ่อนมิ่ง ผู้ต้องหาที่ 3 , น.ส.ธัชพรรณ หรือ ไข่มุก ปกครอง ผู้ต้องหาที่ 4 , นายวิชัย หรือ สหายตั้ม อยู่สุข ผู้ต้องหาที่ 5 , นายนรภัทร หรือ สหายบาส เหลือผล ผู้ต้องหาที่ 6 , นายสรรเสริญ หรือ สัน ศรีอุ่นเรือน ผู้ต้องหาที่ 7 , นายชาญวิทย์ จริยานุกูล ผู้ต้องหาที่ 8 , นางสุภาพร หรือ เดียร์ มิตรอารักษ์ ผู้ต้องหาที่ 9 , นางวาสนา บุษดี ผู้ต้องหาที่ 10 , นายณเรศ อินทรโสภา ผู้ต้องหาที่ 11

, นายวสุ เอี่ยมละออ ผู้ต้องหาที่ 12 , นายเจษฎาพงษ์ หรือ เจต วัฒนพรชัยสิริ ผู้ต้องหาที่ 13 , นาย สมชัย อภินันท์ถาวร ผู้ต้องหาที่ 14 , น.ส.ณัฏฐธิดา หรือ แหวน มีวังปลา ผู้ต้องหาที่ 19 และนายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 20 โดยยังมีผู้ต้องหาหลบหนี 4 คนประกอบด้วย นายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร ผู้ต้องหาที่ 15 , นาย วิระศักดิ์ หรือ บิ๊ก/ใหญ่ พัทยา โตวังจร ผู้ต้องหาที่ 16 , นายมนูญ ชัยชนะ หรือ นายอเนก ซานฟราน ผู้ต้องหาที่ 17 และผู้ต้องหาที่ 18 ซึ่งเป็นเยาวชน อายุ 17 ปี บุตรชายของของนางสุภาพร มิตรอารักษ์  

ส่วนสำนวนที่ 2 คดีอาญาเลขที่ 477/2558 สน.โชคชัย เหตุเกิดที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น, ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี, แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม. ช่วงเดือน ก.พ.58 - วันที่ 5 ก.พ.58 ผู้ต้องหารวม 8 คน ซึ่งจับกุมได้ 6 คน ประกอบด้วย นาง สุภาพร หรือ เดียร์ มิตรอารักษ์ ผู้ต้องหาที่ 2 ,นางวาสนา บุษดี ผู้ต้องหาที่ 3 ,น.ส.ณัฏฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา ผู้ต้องหาที่ 4 , นายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 5 ,นายวสุ เอี่ยมละออ ผู้ต้องหาที่ 6 และนาย สมชัย อภินันท์ถาวร ผู้ต้องหาที่ 7 และยังหลบหนีอีก 2 คน ประกอบด้วย นายมนูญ ชัยชนะ หรือนายอเนก ซานฟราน ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร ผู้ต้องหาที่ 8 โดยผู้ต้องหาทั้ง แปด ถูกกล่าวหาในข้อหาร่วมกันก่อการร้าย , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยมีและใช้เครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหารโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.135/1 , 209 , 289 (4) , พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 ม.4(2) , 7 , 55 , 72 วรรคแรก , 78 วรรคแรก , พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ม.4 , 15 วรรคแรก , 42 , ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่องกำหนดยุทธภัณฑ์ ที่ต้องขออนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ ฯ ลงวันที่ 30 พ.ย.50 ข้อ 2.1.2 และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 50 พ.ศ.2557 ลงวันที่ 30 พ.ค.57