วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปลัดยธ.' จ่อเซ็นย้ายสลับ 5เก้าอี้ผบ.สำนักคดีดีเอสไอ

"พล.ต.อ.ชัชวาลย์" ปลัดยธ. จ่อเซ็นย้ายสลับ 5เก้าอี้ผบ.สำนักคดี "ดีเอสไอ"

แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ปลัดกระทรวงยุติธรรม เตรียมลงนามคำสั่งโยกย้ายข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษในตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักคดีต่างๆ เทียบเท่าระดับ 9 ซึ่งคาดว่าจะมีหนังสือเวียนประกาศคำสั่งให้รับทราบทั่วกันในวันที่ 19 พ.ค.นี้ โดย พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ซึ่งมีบทบาทรับผิดชอบคดีแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงประชาชนในรูปแบบต่างๆ ถูกย้ายไปเป็นผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีปฏิบัติการคดีพิเศษศูนย์ภาค หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีรถหรูจดประกอบเลี่ยงภาษี ย้ายไปเป็นผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ สลับมาเป็นผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจน์นิรันดร์กิจ จากผบ.สำนักอาญาพิเศษ 2 สลับมาเป็นผบ.สำนักคดีภาษีอากร พ.ต.ท.มนตรี บุณยโยธิน ผบ.สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ สลับไปเป็นผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2

แหล่งข่าวระบุอีกว่า สำหรับสำนักคดีปฏิบัติการคดีพิเศษศูนย์ภาคจะยังไม่มีการแต่งตั้งผบ.สำนักฯ เนื่องจากพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายจะลดขนาดองค์กรของศูนย์ปฎิบัติการภาคจากเดิมที่มี 10 ศูนย์ภาค กระจายทั่วประเทศให้เหลือ 4-5 ภาค โดยเบื้องต้นจะยุบศูนย์ปฏิบัติการภาค 1 ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ จ.สระบุรี ภาค 7 ในเขตพื้นที่จ.นครปฐม ภาค 2 ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกจ.ชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์ซึ่งมีที่ตั้งใกล้เคียงกับส่วนกลาง และภาค 9 ในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยุบรวมภารกิจให้ใช้พื้นที่ของศูนย์ปฏิบัติการภาค 8 โดยการยุบรวมศูนย์ภูมิภาคจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ และขอให้สำนักงานคดีที่มีงานเหลือค้างปฏิบัติให้เสร็จภารกิจหรือส่งมอบสำนวนใหกับสำนักคดีที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น ศูนย์ปฏิบัติการภาค 8 ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อมูลการบุกรุกทะเลสาบสงขลา

สำหรับการลดขนาดศูนย์ภูมิภาค เป็นนโยบายชัดเจนของพล.อ.ไพบูลย์ ที่มองว่าศูนย์ภูมิภาคภาคอยู่ห่างไกลทำให้ควบคุมดูแลยาก ที่ผ่านมาการบริหารศูนย์ภูมิภาคทั้ง 10 แห่ง ขึ้นตรงต่ออธิบดีดีเอสไอ ขณะที่ผบ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ไม่มีอำนาจในการบังคับบัญชาสั่งการ นอกจากนี้ศูนย์ภาคหลายแห่งถูกครหาและร้องเรียนว่ามีพฤติการณ์เก็บส่วย ที่สำคัญเมื่อประเมินตัวชี้วัดเปรียบเทียบกับงบประมาณของรัฐที่ทุ่มไปให้กับศูนย์ภาคยังพบว่าใช้จ่ายงบประมาณสูงกว่าผลงานที่ได้รับมาก สำหรับศูนย์ภาคดีเอสไอนั้นเดิมมีเพียง 5 แห่ง แต่มาขยายเพิ่มเป็น 10 ศูนย์ ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์