ดีเอสไอ สรุปคดีทุจริตจัดซื้อเครื่องสันทนาการ-เครื่องออกกำลังกายกรมพละให้ป.ป.ช. 45 ล้านบาท ให้ป.ป.ช.ไต่สวน. พบส่อทุจริต 3 ประเด็น
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีดีเอสไอ. เปิดเผยว่า วันนี้( 18 พ.ค) นางสุวณา สวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษสรุปสำนวนคดีจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องออกกำลังกายและเครื่องนันทนาการของกรมพลศึกษา หลังสำนักคดีความมั่นคงตรวจสอบพบว่ามีความผิดใน 3 ประเด็น ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ดำเนินการกับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรมพลศึกษาในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ 157 และพ.ร.บ.ฮั้วประมูลและส่งข้อมูลให้ คอ.ตช.พิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นตามสัญญาซื้อขายที่ ซ.37/2556 ลงวันที่ 22 ต.ค.56 ระหว่างกรมพลศึกษา ( ผู้ซื้อ )และ บริษัทซันสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ( ผู้ขาย )ประกอบด้วยครุภัณฑ์ จำนวน 30 รายการ งบประมาณ 45 ล้านบาท
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับความผิดที่ตรวจสอบพบมี 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 1 การจัดซื้อครุภัณฑ์ไม่คุ้มค่ากับการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ เพราะก่อนที่จะอนุมัติโครงการไม่การสำรวจความต้องการของหน่วยงานหรือชุมชนในพื้นที่ไม่เหมาะสม หรือสมประโยชน์ต่อผู้ใช้คุรุภัณฑ์ไปติดตั้งในศูนย์พัฒนาการเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาซึ่งขัดต่อสรีระของเด็ก ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้เล่นได้ นอกจากนี้ยังพบว่าการจัดซื้อมีความซ้ำซ้อนกันหน่วยงานบางแห่งที่ได้รับครุภัณฑ์เคยจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในลักษณะเดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ประเด็นที่ 2 .มีการจัดซื้อในราคาที่แพงเกินจริง ทั้งนี้จากการตรวจสอบจากร่างทีโออาร์ของกรมพลร่างรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ และกำหนดราคาโดยใช้ข้อมูลทีโออาร์เดิมที่เคยจัดซื้อในประเภทและลักษณะเดียวกันกับบริษัทซันสปอร์ต เมื่อปี 55 แต่เมื่อเทียบราคาสินค้าที่บริษัทดังกล่าวเคยขายให้กรมพลฯกับราคาสินค้าที่บริษัทดังกล่าวนำเข้าตามที่ปรากฎในใบขนสินค้าขาเข้า เช่น ชุดป้อมปืนใหญ่สไลเดอร์ บาร์ยาว-บาร์สั้น เครื่องฝึกกล้ามเนื้ออก เครื่องฝึกกล้ามเนื้อต้นขา ฯลฯ ที่ขายให้กรมพลฯราคาแพงเกินจริงมากกว่า 10 เท่า หรือเกินกว่าราคาที่นำเข้าประมาณ 900-1,000 เปอร์เซ็นต์
และประเด็นที่ 3.ในเอกสารการประกวดราคาของกรมพลศึกษามีการตั้งชื่อเครื่องเล่นชนิดหนึ่ง คือป้อมปืนใหญ่สไลด์เดอร์ โดยระบุชื่อในทีโออาร์ว่า ตรงกับชื่อเครื่องเล่นที่บริษัทซันสปอร์ตฯมีขายอยู่แล้ว ทั้งที่ควรจะมีการตั้งชื่อที่เป็นกลาง ไม่ระบุยี่ห้อหรือคุณลักษณะพิเศษที่จะทำให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งได้เปรียบและยังพบอีกว่าบริษัทดังกล่าวมีการจ่ายเงินค่าสินค้าให้กับบริษัทผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศ ทั้งก่อนการประกาศประกวดราคา และก่อนที่จะประกาศผลผู้ชนะการประกวดราคา คล้ายกับรู้ข้อมูลล่วงหน้าว่าจะได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญา
"ผลการตรวจสอบของดีเอสไอเชื่อว่า อาจมีเจ้าหน้าที่กรมพลฯเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทซันสปอร์ตฯในการเสนอราคาซึ่งพฤติการณ์ทั้งหมดอาจเข้าข่ายละเว้นปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และผิดตามพ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ จึงสรุปสำนวนส่งป.ป.ช.และศอตช.ต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่ายังมีบางหน่วยงานยังไม่ได้รับมอบครุภัณฑ์ทั้งที่ลงนามรับมอบของไปแล้ว อีกทั้งยังไม่มีการจัดทำบัญชีครุภัณฑ์ที่จัดซื้อไว้ให้ถูกต้องตามระเบียบ"รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่าส่วนการตรวจสอบการเสียภาษีนิติบุคคลของบริษัทซันสปอร์ตฯว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่นั้นดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้กรมสรรพากรเป็นผู้ตรวจสอบแล้ว เช่นเดียวกับการสัญญาซื้อขายอื่นๆในการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายและเครื่องนันทนาการของกรมพลศึกษา กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯที่คดียังอยู่ระหว่างการสืบสวน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้มาตรา 44 สั่งย้ายข้าราชการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อครั้งนี้หรือไม่ พ.ต.ท.พง์อินทร์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ยอมรับว่า ในหลายครั้งที่ดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เรื่องการตรวจรับและการติดตั้งเครื่องออกกำลังกาย กรมการท่องเที่ยวจะทำหนังสือมาชี้แจงว่าในจุดที่ถูกตรวจสอบมีการทำหนังสือยืมใช้เครื่องออกกำลังกายและเครื่องสันทนาการ





