กกต.ทดสอบเลือกตั้งโอเพนลิสต์ ก่อนรวบรวมปัญหา-ข้อบกพร่อง ชงกมธ.ยกร่างฯพิจารณา “ศุภชัย” หวั่นปชช.สับสน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ มีการจัดสาธิตการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต โดยในการสาทิตดังกล่าวมีการจำลองหน่วยเลือกตั้งขึ้นโดยมีเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กกต.เป็นผู้ลงคะแนน ซึ่งมีการเปิดลงคะแนนตั้งแต่เวลา 09.00-10.00 น.
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสาธิิตได้มีการแสดงตัวอย่างบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 รูปแบบ โดยรูปแบบของบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตยังคงมีลักษณะเหมือนเดิม แต่บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อระบบโอเพนลิสต์นั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นช่องสำหรับลงคะแนนพรรคหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ และอีกช่องสำหรับลงคะแนนเพื่อเลือกผู้สมัครในแบบบัญชีรายชื่อของพรรคหรือกลุ่มการเมืองนั้น โดยรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคจะมีหมายเลขประจำตัวกำกับอยู่ นอกจากนั้นในกรณีที่ผู้ใช้สิทธิกากบาทเลือกพรรคหรือกลุ่มการเมืองแล้ว แต่ไม่ได้เลือกหมายเลขผู้สมัคร ก็จะไม่ถือว่าเป็นบัตรเสียเพราะจะนำคะแนนดังกล่าวไปร่วมคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคหรือกลุ่มการเมืองนั้นในภายหลัง แต่กรณีไม่มีการเลือกพรรคแต่เลือกหมายเลขผู้สมัครจะถือว่าเป็นบัตรเสีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รูปแบบการนับคะแนนนั้น แบบแบ่งเขตยังเป็นรูปแบบเดิม แต่แบบบัญชีรายชื่อจะมีการนับคะแนนแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกจะนับคะแนนของแต่ละพรรคหรือกลุ่มการเมืองก่อน และแยกบัตรดีของแต่ละพรรคออก ก่อนที่จะนับคะแนนในขั้นตอนที่ 2 คือนับคะแนนของผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อแต่ละหมายเลข โดยจะแยกนับทีละพรรค ก่อนจะนำคะแนนที่ได้มาจัดลำดับบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคหรือกลุ่มการเมือง โดยเรียงตามผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดไปหาต่ำสุด เพื่อรอนำไปคำนวณต่อไป
โดยนายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงขั้นตอนการสาธิตลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันนี้ ว่า เหมือนการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบทั่วไป แต่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จะต้องจำหมายเลยผู้สมัครที่ตนชื่นชอบ เนื่องจากบัตรลงคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จะมีช่องให้ลงคะแนนทั้งพรรคและผู้สมัครที่ตนชื่นชอบในพรรคนั้นๆ ด้วย ซึ่งภายหลังการสาธิตในวันนี้ กกต.จะสรุปอุปสรรคปัญหา ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป หากในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้ระบบโอเพนลิสต์ก็จะเขียนรายละเอียดในร่างพระรามบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. และกำหนดในระเบียบวิธีปฏิบัติของ กกต.ด้วย
ขณะที่นายนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. มองว่าการเลือกตั้งระบบโอเพนลิสต์อาจสร้างความสับสนให้กับประชาชน และเกิดความยุ่งยากในการนับคะแนน เพราะขั้นตอนการนับคะแนนจะแยกนับคะแนนแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ โดยแบบบัญชีรายชื่อจะแยกเป็นรายพรรค ก่อนและนับคะแนนอีกครั้งในแต่ละพรรค เพื่อจัดลำดับที่ประชาชนต้องการ ดังนั้นระยะเวลาในการนับคะแนนจึงต้องเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังต้องเพิ่มอุปกรณ์ที่ใช้ในแต่ละหน่วยด้วย เพราะต้องจัดเตรียมให้พอกับพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง





