วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้านร้องปปง. เหตุถูกเรียกค่าเช่าที่ดินรัฐกว่า1,200ไร่

ชาวบ้านด่านขุนทด ร้องปปง.เหตุถูกคนเรียกเก็บเงินค่าเช่าที่ดินรัฐ 1,200 ไร่ ทั้งที่เป็นของกรมธนารักษ์ ด้านรองผู้ว่าฯระบุไม่ต้องจ่าย

ชาวบ้านจาก ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จำนวนกว่า 50 คน เดินทางมามายื่นร้องร้องเรียนกรณีมีนายทุน ใช้อิทธิพลข่มขู่เรียกเก็บเงินค่าเช่าที่ดินของรัฐ ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายบุญยืน คำหงส์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานรับเรื่องร้องเรียน และมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, ธนารักษ์จังหวัดนครราชสีมา, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วมรับฟังเรื่องร้องเรียนด้วย


กรณีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 ได้มีชาวบ้านจำนวน 16 คน จาก ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่ ปปง. ว่าได้ถูกตัวแทนนายทุนซึ่งมีความใกล้ชิดกับนักการเมืองท้องถิ่น เรียกเก็บเงินค่าเช่าที่ดินในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ต่อปี โดยมีการเก็บล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 3 ปี หากชาวบ้านไม่จ่ายเงินค่าเช่าก็จะไม่ให้ทำกินบนที่ดังกล่าว ต่อมา ปปง. ตรวจสอบแล้ว พบว่ากลุ่มชาวบ้านดังกล่าว เดิมเป็นเจ้าของที่ดินจำนวน 61 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ แต่ได้ขายที่ดินทั้งหมดให้แก่บริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2538 โดยมีข้อตกลงว่าบริษัทจะให้กลุ่มชาวบ้านเดิมทำกินในที่ดินดังกล่าว

ต่อมาสำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการยื่นคำร้องให้ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ในคดีผู้บริหารธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือ บีบีซี ซึ่งศาลแพ่งได้มีคำสั่งตามคดีหมายแดงที่ ฟ.8/2557 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ให้ที่ดินทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน และเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2557 สำนักงาน ปปง.ได้มีหนังสือส่งมอบที่ดินทั้ง 61 แปลง ให้แก่กรมธนารักษ์เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการจัดสรรให้ชาวบ้านเช่าทำกิน ก็ปรากฏว่ายังมีผู้แอบอ้างสิทธิ์เจ้าของที่ดิน ไปเรียกเก็บเงินค่าเช่าอยู่อีก


ดังนั้น นายบุญยืน คำหงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงแนะนำว่าไม่ให้ชาวบ้านจ่ายเงินให้ผู้แอบอ้าง พร้อมกับให้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างเรียกเก็บเงินค่าเช่า นอกจากนี้ได้ประสานให้ กอรมน.นำกำลังทหารลงพื้นที่ไปตรวจสอบ หากพบว่ามีผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องก็ให้ควบคุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนชาวบ้านก็ยังสามารถทำกินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวต่อไปได้ โดยยังไม่ต้องจ่ายค่าเช่าในช่วงนี้ แต่ในอนาคตจะต้องมาทำสัญญาเช่ากับธนารักษ์จังหวัดฯ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

ภาพ-radio.prd.go.th