วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ ชี้ทำประชามติต้องแก้รธน.ม.46

นายกฯเผยหากทำประชามติก็แก้รธน.ชั่วคราวม.46 ระบุรัฐบาลพร้อมรับทุกข้อเสนอ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) เรื่องการให้ทำประชามติ ถึงวันนี้ตนยังไม่ได้รับหนังสือ ยังไม่แน่ใจว่าอยู่ในระหว่างขั้นตอนการส่งและไม่ใช่ว่าเมื่อมีการบอกออกอากาศผ่านสื่อมาแล้วตนจะได้รับ ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสืออะไรทั้งสิ้น ซึ่งขั้นตอนต่อไป หากได้รับหนังสือมาอย่างเป็นทางการแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนครม.จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ก็จะส่งเรื่องไปขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

เมื่อถามว่าส่วนตัวนายกรัฐมนตรีมีความเห็นอย่างไรต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มีความเห็นใดๆ ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการหารือของครม. ส่วนความเห็นของตนคงบอกไม่ได้ ตนจะขอฟังความเห็นของครม.ก่อน ซึ่งตนจะฟังความเห็นของคนอื่นก่อน จากนั้นจะเสนอความเห็นของตัวเอง ถ้าบอกก่อน คนในครม.ก็จะไม่กล้าออกความเห็นอย่างอื่น เขาก็จะเกรงใจ บอกอะไรตอนนี้ไม่ได้

เมื่อถามว่า เท่าที่ดูจะเข้าช่องทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามอำนาจมาตรา 46 จากรัฐธรรมนูฐฉบับชั่วคราวใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ คงต้องแก้รัฐธรรมนูญ แล้วทำไมจะต้องมาถามอะไรกันอีก ส่วนจะแก้มาตราไหน ตนไม่รู้ แต่ต้องแก้ให้ได้ ขอเพียงว่าอย่าให้มีเรื่องฟ้องร้องกันแบบคราวก่อน ในการแก้รัฐธรรมนูญก็มีเรื่องกัน

“แต่อย่าเพิ่งไปถึงตรงนั้นเลย เพราะวันนี้ยังไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็ต้องมาดูกันอีกที ต้องรอการลงมติของสปช. ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการส่งไปปรับแก้กัน มีการตั้งข้อสังเกต มีการปรับแก้ ถ้ากมธ.ยกร่างฯสามารถปรับแก้ได้หมด เมื่อออกมาก็ผ่านความเห็นชอบจากสปช. และกลายเป็นมติของสปช.ก็จะนำสู่ขั้นตอนต่อไป ซึ่งเรียกว่าเป็นการเดินเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่ถ้าอาจจะต้องทำประชามติก็ต้องทำ ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มันก็เป็นการแก้ทีละขั้นตอน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเสียเงิน 3 พันล้านบาทเพื่อทำประชามตินั้นคุ้มค่าหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่รู้ อยากจะเสียเงินกันหรือไม่ แล้วถ้าไม่อยากเสียเงิน ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญกันได้หรือไม่ เรื่องนี้จะมาถามตนทั้งหมดคงไม่ได้ ต้องไปถามประชาชน เพราะเป็นผู้ลงประชามติ ไม่ใช่ตนเพียงคนเดียว แล้ววันนี้ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสื่อจะต้องมาถามกลับไปกลับมา ตอนแรกก็ถามเหมือนต้องการให้ทำประชามติ แต่วันนี้กลับถามว่าเสียเงิน 3 พันล้านบาทจะคุ้มหรือไม่ เรื่องนี้ตนจะต้องเป็นคนตอบอย่างนั้นหรือ ต้องเป็นหน้าที่ของกมธ.ยกร่างฯ ว่าจะเสนอเข้ามาว่าจะทำหรือไม่ จะแก้รัฐธรรมนูญหรือเปล่า จะใช้เงิน 3 พันล้านบาทคุ้มหรือไม่ วันนี้ไม่ใช่ความต้องการของตนเป็นความต้องการของทุกภาคส่วน ของแม่น้ำทุกสาย และทุกภาคส่วน ถ้าอยากทำประชามติก็ทำไป ถ้าจะต้องเสียเงินมันก็ต้องเสีย ถ้ามันจะต้องกลายเป็นความขัดแย้ง

เมื่อถามว่าใครควรจะต้องชี้แจงถึงความคุ้มค่าในการเสียเงิน 3 พันล้านบาททำประชามติถึงข้อดีและข้อเสียต่างๆ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ากมธ.เสนอเข้ามาก็ต้องนำมาหารือในครม. จากนั้นครม.ก็จะเป็นคนเสนอว่าจะทำประชามติหรือไม่ จะต้องมีผู้เสนอเข้ามา และหากจะมีการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเสนอก่อนวันที่ 6 สิงหาคม เพราะสปช.จะลงมติพิจารณาว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 สิงหาคม ก็ต้องหารือกันว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร จะต้องมีการเตรียมแก้ปัญหาล่วงหน้าหรือไม่ ฝ่ายกฎหมายก็ต้องมีการหารือกัน

เมื่อถามว่าครม.จะลงรายละเอียดถึงรูปแบบการทำประชามติด้วยหรือไม่ว่า จะทำแค่รับหรือไม่รับ หรือมีรายละเอียดอย่างอื่นด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็คงต้องปรึกษาในครม.และคสช.

“ในคสช.ของผมมันเป็นทหารทั้งหมด ไม่ใช่นักกฎหมายสักคน ดังนั้นการทำประชามติจะต้องมีการกำหนดว่าทำประชามติเรื่องอะไร แค่ไหน อย่างไร มันไม่ใช่ผมคนเดียว และไม่ใช่คสช.เพียงฝ่ายเดียวด้วย”

เมื่อถามว่า เมื่อจะต้องเสียเงิน 3 พันล้านบาทแล้วจะมีการหารือถึงข้อเสนอต่างๆ รวมทั้งข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ ที่เสนอให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง 2 ปีด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “หากใครมีข้อเสนออะไรก็ให้เสนอเข้ามา ถ้าเป็นข้อเสนอของคนส่วนใหญ่ ก็จะมีการพิจารณากัน ส่วนจะได้หรือไม่ได้ ผมไม่รู้ ซึ่งจะมีคณะทำงานในเรื่องการทำประชามติดูแลอยู่ โดยมีฝ่ายกฎหมายมาร่วมด้วย เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วก็จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของครม. หากครม.เห็นชอบก็จะนำไปสู่ผู้ที่ทำประชามติ ซึ่งเดิมเป็นหน้าที่ของ กกต. ซึ่งทางกกต.ก็คงต้องคิดไว้ด้วย ก็เหมือนกับรัฐธรรมนูญซึ่งทางกกต.มีการร่างกันไว้ก่อนในส่วนหน้าที่ของเขา แต่ถ้าผมพูดอะไรไปตอนนี้ ว่าต้องการจะใส่อะไรเพิ่มเติม ก็จะกลายเป็นว่าผมต้องการจะอยู่ในอำนาจ ผมก็ไม่รู้ว่าในเรื่องอำนาจทำไมจึงสนใจกันนักก็ไม่รู้ วันนี้ผมใช้อำนาจอะไร ถามหน่อยซิ”

เมื่อถามว่า ถ้ามีการทำประชามติแสดงว่าโรดแมปจะต้องขยายเวลาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ใช่หรือไม่ แล้วต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ที่มีการเขียนกันไว้ไปดูรายละเอียดกันเอาเอง ไม่ตอบแล้ว จำไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่าความจริงแล้วนายกรัฐมนตรีไม่อยากจะอยู่ในตำแหน่งต่อใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เอ๊ะ ไอ้นี่พูดประหลาด อยากหรือไม่อยากจะมาถามผมได้อย่างไรแบบนี้ ไม่อยากซักอย่าง ไม่อยากมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกแล้ว”