วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุกน้องชาย'ธาริต'5ปีอ้างเบื้องสูงซื้อที่ดินโคราช

ศาลสั่งจำคุก "เสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์" น้องชาย "ธาริต" 5 ปี อ้างเบื้องสูงซื้อที่ดินโคราช สารภาพเหลือ 2 ปี 6 เดือน

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำ อ.1666/58 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา9เป็นโจทก์ฟ้องนายเสฏฐวุฒิ หรือติ๊ก เพ็งดิษฐ์ อายุ 52 ปี อาชีพนายหน้าค้าที่ดิน น้องชายนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายบุญธรรม หรือป๋าชื่น บุญเทพประทาน อายุ 65 ปี นักธุรกิจด้านที่ดิน ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 12 พ.ค.58 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างปี พ.ศ.2550-พ.ศ.2551วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดต่อเนื่องกัน ที่ดินบริเวณเขาหนองเชื่อม ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีบางส่วนที่สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน

ทั้งนี้ บางส่วนเป็นเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับที่ดินที่ทางฝ่ายทหารมีหนังสือขอใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2534 และบางส่วนเป็นพื้นที่ที่คณะกรรมการจัดสรรดินแห่งชาติกันไว้เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดแทนพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งไม่สามารถออกเป็นโฉนดที่ดินได้ ต่อมานายบุญธรรม จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของและกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่ เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรร และค้าขายที่ดิน มีความประสงค์ที่จะนำที่ดินบริเวณดังกล่าวมาขอออกโฉนดที่ดินเพื่อจัดสรรจำหน่ายให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่ดินไปปลูกบ้านพักตากอากาศในราคาสูง เพื่อทำกำไรได้มากๆ โดยจำเลยที่ 2ได้ร่วมมือกับจำเลยที่ 1ให้ไปดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าวเนื้อที่หลายร้อยไร่

ซึ่งจำเลยที่ 2 พูดกับจำเลยที่ 1 บางตอนว่า จำเลยที่ 2 มีความสนิทสนมกับ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของอดีตหม่อมศรีรัศมิ์ (ขณะเกิดเหตุ) หากจำเลยที่ 1 มีปัญหา หรืออุปสรรคในขั้นตอนใดๆ ในการขอออกโฉนดที่ดินให้บอกจำเลยที่ 2ได้ทันที ทั้งนี้ถ้อยคำดังกล่าวของจำเลยที่ 2 เป็นการแอบอ้าง จาบจ้วง ล่วงเกิน ใส่ร้าย ใส่ความดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เพื่อให้ตนเองสมประโยชน์

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองฟังจนเข้าใจ แล้วสอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่า นายเสฏฐวุฒิ จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพ ส่วนนายบุญธรรม จำเลยที่ 2ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ศาลจึงพิพากษาเฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 1ว่ากระทำผิดจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำคุก 5 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกไว้ 2 ปี 6 เดือน ส่วนนายบุญธรรม จำเลยที่ 2ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว และให้พนักงานอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีนายบุญธรรม เข้ามาใหม่ภายใน 7 วัน ตามกฎหมาย โดยวันนี้จำเลยทั้งสอง ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวมีสีหน้าเรียบเฉยถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อสอบคำให้การ