สนช.ผ่านร่างกม.สื่อลามกอนาจาร กำหนดความผิดผู้ค้า-ครอบครอง-ผลิตสื่อลามกอนาจารเด็ก เพิ่มโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ(กมธ.)ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการกำหนดความผิดเกี่ยวกับครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กทั้งเพื่อการค้า แจกจ่าย การแสดงอวดแก่ประชาชน การผลิต ครอบครอง นำเข้าหรือส่งออกราชอาณาจักร โดยพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานกมธ.ชี้แจงว่า ได้แก้ไขคำนิยาม"สื่อลามากอนาจารเด็ก" พื่อให้เกิดการตีความที่แคบลงในการใช้ดุลยพินิจของชั้นสอบสวนและชั้นศาล ให้เป็นแนวทางเดียวกัน จากเดิมที่ใช้คำจำกัดความจนเกิดการตีความที่กว้างเกินไป
ทำให้กระบวนการทางคดีไม่ทันกับเหตุการณ์และเกิดผลร้ายกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ อันเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน อย่างไรก็ตามสมาชิกส่วนใหญ่ ได้ท้วงติงถึงการแก้ไขถ้อยคำของกมธ.ซึ่งอาจขัดต่อหลักการ และท้วงติงว่านิยามสิ่งลามกตามที่กมธ.อาจตีความได้ว่าแค่ทำให้เด็กเห็น ปฏิทินลามกก็ผิดแล้วอาจไกลเกินการพิสูจน์ทราบได้ ขณะเดียวกัน ความผิดหมวดนี้ควรแยกออกจากการกระทำของผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับสื่อลามกอนาจาร เด็กโดยไม่มีเจตนา
ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ที่สุดก็มีความเห็นร่วมกันกับการกำหนดคำนิยาม โดยให้ใช้คำที่ครอบคลุมสื่อลามกอนาจารเด็ก ทั้งในแง่ของวัตถุหรือสิ่งที่แสดงหรือสื่อไปในทางลามกอนาจาร นอกจากนี้ ยังเห็นชอบในการแก้ไขของคณะกรรมาธิการที่เพิ่มข้อความในมาตรา 287/1 การมีสื่อลามกอนาจารไว้ในครอบครอง และให้คงมาตรา 287/2 ไว้ตามร่างเดิมเกี่ยวกับการมีสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อการค้าการเผยแพร่
พร้อมทั้งแก้ไขเพิ่มโทษจำคุก จากไม่เกิน 7 ปี เป็นตั้งแต่ 3- 10 ปี และโทษปรับจากไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท เป็นหกหมื่น-สองแสนบาท และให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยหลังจากพิจารณาเรียงตามมาตราแล้ว ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไปด้วยเสียง 193 ต่อ 1 งดดอกเสียง 2




