วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'หนุนทำประชามติ ค้านสืบทอดอำนาจ

"อภิสิทธิ์"หนุนทำประชามติ ใช้รธน.ปี 50 ประกบ ค้านสืบทอดอำนาจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ( สปช.) บางส่วนระบุจะขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ม. 308 “เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ให้ทำพลเมืองทำประชามติภายใน 90 วัน”ว่าควรมีการปฏิรูปประเทศให้เสร็จใน 2 ปีก่อนจัดการเลือกตั้งหรือไม่ว่า โดยหลักแล้วการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่เชื่อว่า ทุกคนห่วงใยเรื่องการปฏิรูปที่จะทำให้สามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น โดยไม่ถูกกดดันจากต่างประเทศหรือปัจจัยต่างๆ แต่ยังเชื่อว่า คสช. จะเดินตามโรดแมปที่วางไว้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากมีการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ควรจะเสนอแก้ไขให้มีการทำประชามติจะดีกว่า โดยร่วมกันสนับสนุนกติกา โดยวางกรอบที่เป็นที่ยอมรับ รวมถึงวางการปฏิรูปประเทศให้รัฐบาลต่อๆไปมาสานต่อ จึงควรเสนอเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีการลงประชามติจะดีกว่า เพราะการทำประชามติที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือกลุ่มบุคคล รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาก็ระบุชัดว่า ไม่ควรทำและเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

“ ยืนยันว่าวิธีที่ดีที่สุดคือ วางกรอบและกติกาการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่ใช่กรอบเดิม ที่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านแล้ว ต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ทุกอย่างที่ทำมาไม่มีประโยชน์ จึงต้องมาวางกติกากันใหม่ว่า จะทำประชามติอย่างไรที่แม้ว่าจะไม่ผ่าน แต่ประเทศต้องเดินไปข้างหน้าไม่ถอยหลัง และไม่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่พิจารณากันมาสูญเปล่า” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ตนสนับสนุนให้ทำประชามติโดยให้เปรียบเทียบฉบับ ปี 2550 เป็นตัวตั้ง โดยกำหนดวิธีการที่ต่างจากเดิมในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่าน เช่น ให้ทุกฝ่ายมาคุยกัน ซึ่งเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ทุกฝ่ายจะมาช่วยกันสร้างกติกาที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน เพราะไม่ว่าใครจะมีความคิดเห็นที่จะทำไปเพื่อความยั่งยืน หรือจะวางคนปฎิรูปต่อ 2 ปี อย่างไรก็ตาม แต่หากทุกฝ่ายไม่ยอมรับ ก็ไม่มีทางทำให้ยั่งยืนได้ เพราะการทำประชามติเป็นวิธีที่จะสร้างความชอบธรรมและการยอมรับจากทุกฝ่ายที่ดีที่สุด และไม่อยากเห็นประเทศหยุดอยู่กับที่หรือถอยหลังไปมากกว่านี้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าปีกว่าๆหลังจากที่ประเทศจะต้องเดินไปตามโรดแมปแล้ว ประเทศยังมีเรื่องที่จะต้องแก้ไขอีกมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว ปัญหาราคาสินค้าเกษตร และปัญหาการค้ามนุษย์ รวมทั้งการเปิดประชาคมอาเซียน ฉะนั้น คสช.มีหน้าที่รักษาความสงบและวางรากฐานให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยให้รัฐบาลต่อไปมาสานต่อ แต่ไม่ควรวางแนวทางให้มีการปฏิรูปต่ออีก 2 ปี เพราะอาจถูกมองได้ว่า ต้องการสืบทอดอำนาจต่อ และจะมีการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญไม่จบสิ้น อีก2-3 ปี ก็ไม่หลุดพ้น ดังนั้นหากอยากจะหลุดวังวนเดิมๆ ต้องหากติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับคือ ประชามติ