“บรรเจิด” แจง กมธ.ยกร่างรธน.สมัครคปก.ได้ ชี้ไม่ทับซ้อนเพราะลดอำนาจ
ที่รัฐสภา นายบรรเจิด สิงคะเนติ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และรักษาการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 282 (3) ว่า มาตราดังกล่าวตนจำไม่ได้ว่าใครเป็นผู้ยกร่าง และตนก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องเพราะเกรงว่าจะทับซ้อน เนื่องจากขณะนั้นตนเป็นคปก.อยู่ แต่หลังจากนี้ตนไม่ได้เป็นคปก.แล้ว เนื่องจากหมดวาระ จะเสนอให้มีการแก้ไขมาตราดังกล่าวให้มีอำนาจเพิ่มขึ้น โดยเสนอกฎหมายไปที่รัฐสภาได้โดยผ่านครม. และให้มีอำนาจเพียงให้ความเห็นประกอบเท่านั้น รวมทั้งไม่ต้องผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคปก.แบ่งการทำงานเป็น 2 ชุดคือ แบบเต็มเวลาและไม่เต็มเวลา โดยผู้ที่ทำงานเต็มเวลาจะต้องทำงานทุกวัน ส่วนหากกรรมาธิการยกร่างฯ หรือสปช.ได้รับคัดเลือกเป็นคปก.จะกระทบกับเวลาทำงานหรือไม่นั้นตนไม่ ทราบ คงต้องไปถามบุคคลนั้นเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับกรณีที่กรรมาธิการยกร่างฯ ลงสมัครเป็นคปก. และมีส่วนเกี่ยวข้องในการยกร่างมาตรา 282 (3) นั้นมองอย่างไร นายบรรเจิด กล่าวว่า ไม่ถือว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะรัฐธรรมนูญไปเขียนลดอำนาจคปก.ลง เห็นได้จากการให้อำนาจ “พิจารณายกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายหรือกฎ แล้วแต่กรณี ที่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของประชาชนโดยไม่จำเป็น” เท่านั้น ทั้งๆ ที่ตามอำนาจเดิมนั้นสามารถเสนอได้ทุกเรื่อง
ด้าน น.ส.สุภัทรา นาคะผิว โฆษกกรรมาธิการยกร่างฯ และสปช. ในฐานะผู้สมัครคณะกรรมการคปก.แบบไม่เต็มเวลา กล่าวว่า ตนสมัครเป็นคปก.เพราะคุณสมบัติไม่ได้ต้องห้าม ส่วนจะได้เป็นหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ แต่มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรขัดกับรัฐธรรมนูญ อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ยังไม่เสร็จเลย ที่สำคัญนั้น มาตรา 282 (3) ก็ไม่ได้ให้อำนาจอะไรเพิ่มเติมแก่คปก.เลย ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปเปิดร่างรัฐธรรมนูญดูได้




