องค์กรอิสระร่วมถกข้อเสนอร่างรธน.ชงรัฐบาล เห็นร่วมยึดรูปแบบสรรหาปี 50 เว้นกสม.เหตุขัดหลักการปารีส
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า มีการประชุมของประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานของรัฐทำข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยที่ประชุมใช้เวลาหารือประมาณ1ชั่วโมงเศษ
โดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงความเห็นร่วมขององค์กรตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ เพื่อนำไปรวมกับข้อเสนอของแต่ละองค์กรที่จะเสนอไปยังรัฐบาล โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า ในเรื่องคณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ควรยึดรูปแบบตามรัฐธรรมนูญปี 2550
เนื่องจากโครงสร้างที่มาของคณะกรรมการสรรหาตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นยังมีความซับซ้อนเกินไป การเพิ่มคณะกรรมการสรรหา ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาได้ แต่ในส่วนของ กสม. ไม่เห็นด้วยกับการยึดรูปแบบการสรรหาตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะรูปแบบการสรรหาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักการปารีส อย่างไรก็ตามหลังจากนี้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแต่ละแห่ง จะต้องทำข้อเสนอของตน เพื่อเสนอต่อรัฐบาล และจะนำผลการประชุมดังกล่าว ซึ่งเป็นคำยืนยันขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเสนอต่อรัฐบาลด้วย โดยในส่วนของ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการ และคาดว่าจะส่งข้อเสนอได้ภายในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ซึ่งข้อเสนอมีหลายประเด็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดให้การสรรหา กกต. มีตัวแทนจากสภาผู้แทนราษฎร 2 ราย ตัวแทนจากศาลฎีกา 2 ราย ตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญ 1 ราย และตัวแทนจากศาลปกครอง 1 ราย, การสรรหา กสม. มีตัวแทนจากสภาผู้แทนฯ 2 ราย ตัวแทนจากศาลฎีกา 2 ราย ตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญ 1 ราย และตัวแทนจากศาลปกครอง 2 ราย, การสรรหา ป.ป.ช. มีตัวแทนจากสภาผู้แทนฯ 2 ราย ตัวแทนจากศาลฎีกา 1 ราย ตัวแทนจากศาลปกครอง 1 รายตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญ 1 ราย, การสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน มีตัวแทนจากสภาผู้แทนฯ 2 ราย ตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญ 1 ราย ตัวแทนจากศาลปกครอง 2 ราย ตัวแทนจากศาลปกครอง 2 ราย และการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีตัวแทนจากประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ตัวแทนจากสภาผู้แทนฯ 2 ราย และประธานองค์กรอิสระ ซึ่งเลือกกันเองเหลือ 1 ราย





