วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช.ถามปชช.หลังรธน.ผ่านปฏิรูปอีก2ปีก่อนเลือกตั้ง

สปช.จับมือเสนอคำขอแก้ร่างรธน. เพิ่มทำประชามติ หลังรธน.ใหม่ผ่าน ถามประชาชนให้ทอดเวลาปฏิรูปประเทศอีก 2 ปี ก่อนเลือกตั้งหรือไม่

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา และนายศิระ เจนจาคะ สปช. แถลงถึงการเสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา308ระบุว่า หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้พลเมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงประชามติ ภายใน90วัน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบว่า  จะให้มีการปฏิรูปประเทศและการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้แล้วเสร็จก่อนจัดการเลือกตั้งหรือไม่ หากประชาชนลงมติเสียงข้างมากให้ใช้เวลาปฏิรูปให้แล้วเสร็จภายใน2ปีก่อนจัดการเลือกตั้ง

แต่หากประชาชนลงมติไม่เห็นด้วย ให้ดำเนินจัดการเลือกตั้ง แต่หากก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ได้จัดมีการออกเสียงประชามติในเรื่องเดียวกัน ให้การดำเนินการเป็นไปตามผลของการลงประชามตินั้น โดยนายไพบูลย์ กล่าวว่าประเด็นดังกล่าวตนจะนำเสนอให้ที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วย ทั้งนี้เชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะตอบโจทย์ของภาคประชาชนที่ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้งได้ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวต้องการให้การปฏิรูปให้สำเร็จอย่างแท้จริงก่อนที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง ส่วนจะกระทบต่อโร้ดแม็พของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ต้องไปพิจารณากันอีกครั้ง

ด้านนายวรวิทย์ กล่าวว่าจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปให้สปช.ที่รวมกลุ่มเสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. เป็นแกนนำ อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องการให้องค์กรใดอยู่ต่อหรือสืบทอดอำนาจ แต่หากข้อเสนอดังกล่าวผ่านและบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญใหม่ประชาชนจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจประเด็นดังกล่าวจะส่งผลให้องค์กรใดคงอยู่บ้างนั้นต้องไปพิจารณา แต่ส่วนสปช.นั้นเชื่อว่าจะไม่คงอยู่ เพราะต้องส่งต่องานปฏิรูปให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปแห่งชาติ สำหรับประเด็นคำขอดังกล่าวนั้นตนจะนำเข้าเสนอให้ทางกลุ่มพิจารณารายละเอียดอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ขณะที่นายประสาร ให้สัมภาษณ์ว่าประเด็นของนายวรวิทย์และนายศิระนั้น ทางกลุ่มยังไม่ได้พิจารณารายละเอียดร่วมกัน โดยการเสนอประเด็นต่างๆ ถือเป็นสิทธิของสปช.ในกลุ่มที่เป็นอิสระ แต่ท้ายที่สุดต้องนำมาหารือร่วมกันในวันที่18พ.ค. นี้ อีกครั้ง

ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่าตนไม่เห็นด้วยกับการทำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญที่กระทบกับโร้ดแม็พของคสช. ที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557แล้ว ซึ่งสิทธิของการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขระยะเวลาของโร้ดแม็พควรให้คสช.พิจารณา อย่างไรก็ตามการทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมของสปช. ที่พบว่าในกลุ่มต่างๆ ยังมีเสียงข้างน้อย หรือเสียงข้างมากและไม่ลงตัวกันนั้น รวมถึงการฝากประเด็นแก้ไขไปยังกลุ่มอื่นๆ ทั้งที่ไม่ได้ลงชื่อสนับสนุนร่วมด้วยนั้น ตนมองว่าอาจถูกโต้แย้งและทำให้การทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มนั้นๆ เป็นอันตกไปได้