วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เลิศรัตน์'ติงกก.สิทธิฯกล่าวหารธน.ใหม่ ลิดรอนสิทธิชุมชน

"พล.อ.เลิศรัตน์"ตำหนิกรรมการสิทธิฯ กล่าวหา รธน.ใหม่ ลิดรอนสิทธิชุมชนฟ้องศาลปกครอง โวคุ้มครองสิทธิเหนือ รธน.50

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวนิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน ตั้งข้อสังเกตว่า ร่างรัฐธรรมนูญลิดรอนสิทธิประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิชุมชนในการฟ้องศาลปกครอง ว่า กรรมการสิทธิฯอ่านหาเรื่องเพราะในร่างรัฐธรรมนูญใหม่เราเขียนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิชุมชนไว้ถึง 3 มาตรา คือมาตรา 62-64 แม้ว่าในมาตรา 62 จะไม่ระบุให้สิทธิประชาชนฟ้องหน่วยงานรัฐ แต่ในมาตรา 64 บัญญัติเหมือนกับมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญปี 50 ทุกอย่าง ดังนั้นรัฐธรรมนูญนี้จึงเพิ่มสิทธิประชาชนไม่ใช่ลิดรอนสิทธิประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่ามาตรา 64 ของร่างรัฐธรรมนูญได้เพิ่มคำว่า “ในกรณีที่มีการประเมินสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกันด้วย” ซึ่งในมาตรา 67 ไม่มี เป็นการเพิ่มอำนาจรัฐเหนือประชาชนในการดำเนินโครงการที่มีผลกระทบต่อชุมชน จนถูกตีความว่า ประชาชนไม่สามารถฟ้องได้หากสิ่งที่ทำสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล หรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า. เจตนารมณ์ของกรรมาธิการฯคือเพิ่มสิทธิชุมชน และทำให้การดำเนินโครงการของรัฐต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น จึงเพิ่มคำว่า “ยุทธศาสตร์” เข้าไป นั่นหมายถึงว่า การดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนถ้ารัฐทำก็ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้วย ซึ่งไม่ใช่การเพิ่มอำนาจรัฐ เพียงแต่บังคับรัฐว่าต้องทำงานระวังขึ้น เป็นการคุ้มครองสิทธิชุมชนเหนือกว่าที่เขียนไว้ในมาตรา 67 ด้วยซ้ำ นี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มคำว่า"ยุทธศาสตร์"เข้าไป

"เข้าใจผิดกันไปเอง ผมไม่คิดว่าคำว่า “ยุทธศาสตร์” ที่เพิ่มเข้าไปจะมีปัญหาทำให้เกิดการตีความว่าการประเมินสิ่งแวดล้อมต้องคำนึงถึงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลด้วย จนประชาชนไม่มีสิทธิฟ้องต่อศาลปกครอง แต่เป็นการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนด้วยซ้ำ จึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขในเรื่องนี้"พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 67 บัญญัติว่า “สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนดำเนินการดังกล่าว

สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ ย่อมได้รับความคุ้มครอง

แต่มาตรา 64 ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่กรรมาธิการยกร่างฯอ้างว่าเหมือนกับมาตรา 67 นั้น มีการเพิ่มถ้อยคำใหม่เข้าไป ดังนี้

“...ในกรณีประเมินสิ่งแวดล้อม ในระดับยุทธศาสตร์ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกันด้วย” ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเพิ่มอำนาจรัฐอยู่เหนือสิทธิชุมชนโดยให้คำนึงถึงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลก่อนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะกลายเป็นการตัดสิทธิประชาชนในการฟ้องต่อศาลปกครองไปโดยปริยาย แม้จะกำหนดว่าสามารถฟ้องหน่วยงานรัฐไว้ได้ก็ตาม