"หมอวรงค์"ข้องใจผลโหวตเชือดทุจริตจำนำข้าวไม่ขาดลอย กระตุกสำนึก สนช.ยุคปฏิรูปต้องทำสิ่งดี
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ตนตั้่งข้อสังเกตผลการลงคะแนนถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ที่ทุจริตในโครงการจำนำข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ซึ่งผลคะแนนออกมามีทั้งไม่ถอดถอน บัตรเสีย งดออกเสียง ว่า เฉพาะประเด็นนี้ตนรู้สึกสงสัยว่าทำไม สนช. จึงแยกแยะความถูกผิดไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าคะแนนเสียงถ้าจะขาดลอยไม่น่าจะมีคนงดออกเสียง หรือไม่ถอดถอนในภาวะที่บ้านเมืองต้องปฏิรูป คุณต้องแยกแยะสิ่งผิด สิ่งถูก สิ่งชั่วดี ไม่ใช่มากั๊กๆผลโหวตไปเรื่อย และขอถามกลับไปว่ามีหลักฐานขนาดนี้ คุณยังคิดว่าเขาไม่ผิดอีกหรือ ทำประเทศเสียหายมากขนาดนี้ และเป็นสำนึกของคนที่ทำหน้าที่นี้ไม่ว่าจะประชุมลับหรือเปิดเผย อย่างน้อยเราก็ฝากอนาคตของประเทศกับ สนช. ฉะนั้นจึงเป็นจิตสำนึกในการทำหน้าที่ในยุคที่ปฏิรูปควรต้องสร้างกระแสการทำสิ่งดีๆ ใครที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายต้องถูกลงโทษ เพราะคดีของนายบุญทรงในแง่ของการที่เราต้องลุ้นคดีแทบไม่ต้องมีเลย แต่คะแนนควรจะขาดลอยจริงๆ ขาดที่ออกมาน่าจะเป็นศูนย์ไม่ควรมีบัตรเสีย เพราะเสียหายมาก แต่กลับยังมีคนลงคะแนนแบบนี้อยู่
ส่วนที่นายบุญทรงไม่มาตอบข้อซักถามสนช.นั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า ยิ่งนายบุญทรงไม่มาตอบข้อซักถาม ยิ่งต้องถอดถอนทั้งหมด จากการที่ตนติดตามมาตลอดรู้อยู่แล้วว่านายบุญทรงไม่กล้ามาตอบคำถาม เพราะจะต้องถูกถามในมุมไม่กี่ประเด็นที่จะต้องตอบ และคณะกรรมการป.ป.ช.ก็แทงประเด็นซักถาม แต่เวลาที่เขาจะตอบตนเชื่อว่าจะต้องเฉไฉไปอีกทางหนึ่ง ฉะนั้นการซักถามจะถูกยิงคำถามตรง นายบุญทรงจึงไม่กล้ามาตอบ สนช.ก็ต้องลงมติถอดถอน เนื่องจากหลักฐานชัดเจนขนาดนี้
นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าเราต้องแยกแยะและกระตุกสังคมในภาวะที่ประเทศไทยต้องการปฏิรูป ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นกว่านี้ สนช.เป็นผู้ทรงเกียรติ เข้ามาในช่วงที่สังคมฝากความหวังเอาไว้ จึงไม่ควรที่จะลงคะแนนแบบขอไปที





