"พล.ต.อ.เอก" เรียกประชุม หลังผู้ต้องหาเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮินญาที่จ.สงขลา มอบตัวเพิ่มอีก 1 คน ขณะที่ยอดผู้อพยพเพิ่มขึ้นเป็น 117 คน
ความคืบหน้าคดีการติดตามจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮินจา ที่ จ.สงขลา ซึ่งมีการออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 29 คน ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายสมยศ อังโชติพันธุ์ อายุ 45 ปี นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยว บนเกาะหลีเป๊ะ ใน จ.สตูล ได้เข้ามอบตัวกับ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพิ่มอีก 1 คน ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้น ยังให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา
โดย นายสมยศ ถูกออกหมายจับในข้อหาสมคบ และร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป กระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ แก่บุคคลต่างด้าว ที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น โดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันเรียกค่าไถ่
อย่างไรก็ตาม สำหรับ นายสมยศ นั้นเป็นเครือญาติ กับนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วน จ.สตูล หรือโกโต้ง หนึ่งในผู้กว้างขวางของจ.สตูล ด้วย
นอกจากนี้ ทาง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี และจะมีการแถลงในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงบ่ายของวันนี้
ยอดผู้อพยพชาวโรฮิงญา เพิ่มขึ้นเป็น 117 คน
จำนวนผู้อพยพที่เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือ จากบริเวณเทือกเขาแก้วเขตรอยต่อ อ.หาดใหญ่ กับ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ตลอดสามวันที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 117 คน เป็นชาย 110 คน และหญิง 7 คน ในจำนวนนี้ มีเด็กเล็กรวมอยู่ด้วย ขณะนี้ทั้งหมด ยังคงอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์พักพิงชั่วคราว ศาลาประชาคมของที่ว่าการอำเภอรัตภูมิ และยังอยู่ในสภาพที่อิดโรย เนื่องจากต้องเดินป่ามานานกว่า 10 วัน
โดยผู้อพยพทั้งหมดอยู่ระหว่าง รอเข้าสู่กระบวนการคัดแยกสัญชาติว่า เป็นชาวโรฮิงญา บังคลาเทศ หรือเมียนม่า รวมทั้งการสอบสวนของตำรวจว่า เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองหรือเป็นเหยื่อของการขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งหากเป็นการหลบหนีเข้าเมือง ก็จะถูกดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศ แต่หากเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ก็จะให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม และสอบสวนเพื่อสาวไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง
แต่จากการสอบสวนในเบื้องต้น ผู้อพยพกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เป็นชาวบังคลาเทศ ต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย แต่ถูกกลุ่มนายหน้าลอยแพ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เปิดยุทธิการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ และบางส่วนมีร่องรอยของการถูกทำร้าย
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ อ.รัตภูมิ ได้ส่งความช่วยเหลือมายังกลุ่มผู้อพยพทั้งหมด ทั้งเสื้อผ้า อาหาร รวมทั้งเปิดตู้รับบริจาค ในระหว่างที่พักพิงอยู่ที่ศาลาประชาคมอำเภอรัตภูมิ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะยังมีกลุ่มผู้อพยพที่หลงเหลืออยู่บนเทือกเขาแก้ว เขตรอยต่อ จ.สงขลา กับ จ.สตูล อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางฝ่ายปกครอง ตำรวจและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่กำลังเร่งดำเนินการค้นหาโดยขอความร่วมมือจากชาวบ้านช่วยเหลือเบาะแส





