วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯสั่งกต.ถก 3 ประเทศแก้'โรฮิงญา'

รองโฆษกรัฐบาลเผยนายกฯสั่งกต.หาคิวถก3ประเทศแก้“โรฮิงญา” ชี้อาจจะหารือแบบทวิภาคหรือพบกันในการประชุม

พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้มีการหารือสามฝ่ายคือ ไทย พม่าและมาเลเซีย ในการแก้ไขปัญหาโรฮิงญาว่า เรื่องนี้พลเอกประยุทธ์ได้พูดในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพูดในภาพรวมและตามหลักการ แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะมีการหารือสามฝ่ายเมื่อใด

แต่เข้าใจว่าเป็นการมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปพิจารณาดูว่าจะมีโอกาสหารือกับแบบทวิภาคีหรือในการประชุมในโอกาสใดได้บ้าง เพราะโรฮิงญานั้นประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เจอปัญหากลางทาง จะแก้ปัญหากลางทางอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแก้ตั้งแต่ต้นทางด้วย 

“กระทรวงการต่างประเทศจะไปดูว่าจะมีโอกาสใดบ้างที่จะได้หารือกันแบบทวิภาคหรือการประชุมใด และคงจะได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

รมต.ออสซี่ถกปัญหาโรฮิงญา  

นางจูลี่ บิชอป รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศและการค้าเครือรัฐออสเตรเลีย และคณะรวม 4 คน ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ตามคำเชิญของ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังว่า ในการพบปะหารือทวิภาคีครั้งนี้ นางจูลี่ บิชอป ได้ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และได้กล่าวขอบคุณสำหรับคำเชิญเยือนประเทศไทย ทั้งนี้ ออสเตรเลียสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และยินดีให้ความร่วมมือในการปฏิรูปทางการเมืองของไทยด้วยการส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์

นายเสข กล่าวอีกว่า การพบปะกันครั้งนี้ ทั้งสองได้หารือในหลายเรื่อง รวมถึงได้หารือถึงประเด็นโรฮิงญา โดยฝ่ายไทยยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตรวจสอบเหตุการณ์พบสุสานชาวโรฮิงญา ที่ จ.สงขลา และสั่งให้มีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องแล้ว ขณะที่นางบิชอป มีความเห็นว่าประเด็นนี้เป็นปัญหาระดับโลก และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาก็ได้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับชื่นชมความพยายามของรัฐบาลไทย ในการดำเนินการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์และเรื่องโรฮิงญา มาจนถึงปัจจุบัน      

นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังมีความยินดีที่จะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาค สมัยพิเศษ ว่าด้วยเรื่องการแก้ปัญหาผู้ลักลอบเข้าเมืองที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวขึ้นด้วย ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและยาวนานระหว่างไทยและออสเตรเลีย อาทิ ความมั่นคง การขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน และการศึกษา