วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ร่างฯยันทุกความเห็นแก้รธน. ส่งเป็นคำขอแก้ไข

กมธ.ร่างรธน.ยันทุกความเห็นแก้รธน. ต้องส่งเป็นคำขอแก้ไข ตามกติกาที่รธน.57กำหนด

นายปกรณ์ ปรียากร โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ​ที่ระบุว่าต้องพิจารณารายละเอียด โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ว่า ประเด็นดังกล่าวรวมถึงประเด็นที่ส่วนอื่นๆ ได้เสนอความเห็นต่อการแก้ไข หรือปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 36 กำหนดว่าต้องทำเป็นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมและยื่นต่อประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการทำงานหน้าที่ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องปฏิบัติตามกติกาที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดไว้เช่นกัน ดังนั้นการนำเสนอความเห็นต่อสื่อมวลชนที่ระบุให้แก้ประเด็นหนึ่งและอีกวันเสนอให้แก้ไขอีกประเด็นนั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถจับมาพิจารณาได้เอง รวมไปถึงการไปพูดคุยเรื่องแก้รัฐธรรมนูญกันหลังบ้าน หรือตามสถานที่ต่างๆ ก็ต้องทำตามกติกาเช่นกัน ด้วยการทำคำขอแก้ไขยื่นต่อประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และให้ที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณารายละเอียด

"คิดง่ายๆ วันนี้มีคนเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร คนก็พูดกันมาตราเดียว แต่รายละเอียดนั้นเชื่อมโยงกับหลายเรื่อง ดังนั้นจำเป็นต้องพิจารณาในรายละเอียด โดยรูปแบบคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้มีบางคนพูดกันว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแข็งกร้าว ไม่รับฟัง ไม่แก้ไข ถือเป็นเพียงคำพูดเท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงมีแนวทางที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาอยู่แล้ว" นายปกรณ์ กล่าว

นายปกรณ์ กล่าวถึงการพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ ซึ่งมีผู้ท้วงติงว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบหรือประกาศใช้ว่า ข้อเท็จจริงในการทำงานเป็นเพียงการเตรียมความพร้อมของการยกร่างกฎหมายประกอบเท่านั้น และยังไม่ได้ดำเนินการยกร่างกฎหมายประกอบแต่อย่างไร เพราะต้องรอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จก่อน

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฐานะอนุกมธ. ยกร่างพ.ร.บ.สภาตรวจสอบภาคพลเมืองประจำจังหวัด กล่าวยืนยันว่า การประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวแม้จจะมีการจัดประชุมไปแล้ว แต่เป็นเพียงการชี้แจงและทำความเข้าใจและวางกรอบในการดำเนินการ เพื่อเตรียมพร้อมด้านข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางอนุกมธ.ยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ, กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ สปช. นั้นตระหนักการทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะสุดท้ายการออกกฎหมายต่างๆ ต้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา แต่เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ในอดีตการออกกฎหมายประกอบใดๆ หากไม่เตรียมพร้อมไว้ก่อนอาจดำเนินการไม่ทัน แม้จะเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลที่มาจากการเลือกต้ง