วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.รับหลักการพรบ. จัดตั้งกระทรวงดิจิทัลฯ

สนช.รับหลักการ พ.ร.บ. จัดตั้งกระทรวงดิจิทัลฯ แทนกระทรวงไอซีที

ที่รัฐสภา การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.เป็นประธานในการประชุม ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... เพื่อจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำเสนอโดยคณะรัฐมนตรี เป็นวาระแรก โดย นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) แถลงหลักการและเหตุผลว่า โดยที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้านดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม ฐานความรู้ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจต่างมีความต้องการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้านดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของการให้บริการ แต่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีขอบเขตอำนาจหน้าที่จำกัดเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงเรื่องดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่เน้นให้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปมีบทบาทในทุกภาคส่วน ดังนั้น เพื่อให้มีกระทรวงที่มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมถึงเรื่องดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงต้องดำเนินการปรับโครงสร้างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้มีขอบเขตอำนาจหน้าที่มากขึ้น และเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการสนับสนุนให้จัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะปัจจุบันต้องมีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสังคม ต้องการให้เทคโนโลยีดิจิทัลครอบคลุมไปทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ให้การสนับสนุน ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญระดับประเทศ ระบบอิเล็กทรอนิกส์จะมีส่วนช่วยในทางธุรกิจอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี ส่วนในทางการแพทย์ก็ช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น เช่นการโอนข้อมูลคนไข้ข้ามประเทศ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการแพทย์กันได้มากขึ้น และในทางการศึกษา จะช่วยทำให้การศึกษาเข้าถึงชนบทมากขึ้น รวมไปถึงการบริการภาครัฐที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ในส่วนข้อกังวลที่สมาชิกเสนอมา เช่น การทำงานยังเป็นระบบราชการอยู่ จะเป็นปัญหาและอุปสรรคหรือไม่ จึงเสนอว่าควรมีข้าราชการที่มีศักยภาพสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบ

ที่สุดที่ประชุมได้มีการลงมติรับหลักการวาระแรก ด้วยคะแนนเสียง 158 เสียง พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา 17 คน ระยะเวลาดำเนินงานภายใน 30 วัน