ศปมผ.รายงานการแก้ปัญหาไอยูยูให้ครม.ทราบ ระบุของบ 313 ล. ในการทำงาน เตรียมเรียกประชุมตั้งคกก.ต้อนรับอียูที่จะมาเยือน 10 - 22 พ.ค.
แหล่งข่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.วันที่ 7 พ.ค. ว่า พลเรือเอกไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ได้รายงานความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของศปมผ.ให้ครม.รับทราบ
โดยรายงานระบุว่า ศปมผ.ได้เปิดศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายเมื่อวันที่ 1 พ.ค. และเปิดศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก จำนวน 28 ศูนย์ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา และได้จัดการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางรองรับการปฏิบัติตามที่สหภาพยุโรป(อียู)ให้ข้อแนะนำใน 4ประเด็น คือ 1.การปรับปรุงกฎหมายประมงให้มีความทันสมัยเป็นมาตรฐานสากล 2.การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านประมงที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง 3.การติดตั้งระบบติดตามตำบลที่เรือ VMS เพื่อให้สามารถติดตามเรือประมงได้ตลอดเวลา 4. การตรวจสอบย้อนกลับที่ต้องมีการตรวจสอบได้ว่าสัตว์น้ำที่จับได้และจะนำเข้าสู่กระบวนการผลิตต้องทราบแหล่งที่มาแน่ชัด
ผบ.ทร. รายงานด้วยว่า ศปมผ.ได้จัดการประชุมติดตามความก้าวหน้าการปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 6 พ.ค. โดยกรมประมงได้แจ้งกำหนดการตรวจเยี่ยมของอียูให้ทราบว่าแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคจะตรวจเยี่ยมระหว่างวันที่ 10-22 พ.ค. 2558 และช่วงที่2 เป็นการตรวจเยี่ยมของคณะผู้บริหารอียู ระหว่างวันที 21-22 พ.ค. 2558 โดยการตรวจเยี่ยมและการประชุมที่เกี่ยวข้องในสองช่วงนี้จะจำกัดผู้เข้าร่วมประชุมและจะไม่มีการแถลงข่าวใดใด ซึ่งทางศปมผ.จะได้แต่งตั้งคณะกรรมการรับการตรวจเยี่ยมของคณะอียู รวมทั้งจะจัดการประชุมเพื่อติดตามปรับปรุงการปฏิบัติของศปมผ. รวมทั้งเตรียมการรับการตรวจเยี่ยมของคณะผู้บริหารอียูในวันที่ 18 พ.ค. นี้
ส่วนความต้องการงบประมาณในการดำเนินงานของศปมผ. ผบ.ทร. รายงานว่า ต้องการเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 313,588,742 บาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของส่วนงานต่างๆในศปมผ.จำนวน 298,688,742 บาท และงบประมาณที่จัดเตรียมไว้สำหรับเป็นค่าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอีกประมาณร้อยละ 5 ของค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของส่วนงานต่างๆจำนวน 14.9ล้านบาท และของบประมาณเพื่อป้องกันการทำการประมงผิดกฎหมายโดยเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดเรือตรวจการณ์ลาดตระเวนในภารกิจของกรมประมงและค่าซ่อมบำรุงเรือวงเงินรวม 53.7 ล้านบาท





