ตำรวจประสานคลัง-ปปง. ฟ้องยูฟันล้มละลาย เร่งขั้นตอนยึดทรัพย์ขายทอดตลาดเยียวยาเหยื่อ
ที่ศูนย์ปฎิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน (ยูฟัน) บก.ปคบ. ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง.ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ในฐานะหน.ชุดสอบสวนคดียูฟันฯ ประชุมหารือร่วมกับนายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ ผอ.กองคดี 2 ปปง. นายชนะชัย ประยูรสิน ผอ.สํานักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เพื่อยื่นเป็นโจทก์ฟ้อง บ. ยูฟัน สโตร์ จำกัด ให้เป็นบุคคลล้มละลาย นำทรัพย์สินขายทอดตลาด เร่งรัดกระบวนการเยียวยาผู้เสียหายได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้คดีถึงที่สุด
พล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รวมถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ห่วงผู้เสียหายอย่างมาก เพราะเดือดร้อนเป็นวงกว้างจากขบวนการแชร์ลูกโซ่ และกำชับมอบนโยบายให้คืนความสุขแก่ประชาชน เร่งช่วยเหลือเยียวยานำทรัพย์สินมาคืนแก่ผู้เสียหายด้วยทุกวิถีทาง พร้อมทั้งนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีไม่มีละเว้น สั่งให้ตำรวจประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นนอกจากดำเนินคดีทางอาญากับผู้ต้องหาแล้ว ตำรวจร่วมมือบกับ ปปง.และกระทรวงการคลัง เป็นโจทก์ฟ้อง บ.ยูฟันฯ ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อเร่งรัดนำทรัพย์สินขายทอดตลาด ไม่ต้องคดีถึงที่สุด ตามที่อายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท และนำส่งมอบให้ ปปง.กว่า 600 ล้านบาท ทั้งนี้มีผู้เสียหายแจ้งความแล้วกว่า 623 ราย มูลค่า 156 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า ส่วนการสืบสวนอายัดทรัพย์สิน อยู่ในขั้นตอนส่งทรัพย์สินให้ ปปง.ตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ม.48 และ ปปง.จะประชุมคณะกรรมการธุรกรรมช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ จากนั้นจะส่งคำร้อง และทรัพย์สินให้กับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ออกคำสั่งยึด หรืออายัดทรัพย์ ส่งอัยการฟ้องคดีล้มละลายตามม.10 แห่ง พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ และรวบรวมทรัพย์สินที่ยึดมาได้ประกาศขายตามคำพิพากษาที่ใช้ดำเนินการตามป.วิ.อาญา ม.249 เพื่อเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ผู้เสียหาย และการรับเงินที่เกี่ยวกับคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย นอกจากนี้ในส่วนตำรวจ จะดำเนินการควบคู่กับการทำงานของสำนักเศรษฐกิจการคลัง ในเรื่องของการฟ้องล้มละลาย รวบรวมพยานหลักฐาน เร่งสรุปสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาตามม.9 แห่ง พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ อัยการก็จะส่งฟ้องคดีอาญา หากศาลตัดสินว่า จำเลยมีความผิด และให้ชดใช้เงินคืนให้แก่ประชาชน จึงจะนำทรัพย์สินยึดหรืออายัดทรัพย์ออกขายทอดตลาดได้
"การสอบปากคำนายโชติพัฒน์ หรือเล็ก วุฒิพันธุ์โภคิน ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคนที่14 ซึ่งถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ เป็นบุคคลสำคัญของ บ.ยูฟันฯ และยังเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนของตำรวจ มีการตอบโต้การทำงานตำรวจผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างต่อเนื่อง ตำรวจต้องคัดค้านประกันตัว พร้อมเตือนแม่ข่าย ที่ข่มขู่ผู้เสียหายไม่ให้แจ้งความ และจะฟ้องกลับผู้เสียหายนั้น ทำไม่ได้ เพราะผู้ได้รับความเสียหายจริง และตำรวจจะคุ้มครองบุคคลที่มาแจ้งความเอง ส่วนทรัพย์สินของนายโชติพัฒน์ อยู่ระหว่างตรวจสอบ คาดว่าต้องตรวจค้นเพิ่มเติม เบื้องต้นตำรวจนำนายโชติพัฒน์ ฝากขังที่ศาลอาญารัชดาไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามกรอบการปิดสำนวนนั้น แบ่งสำนวนเป็น 4 สำนวน ได้แก่ 1.ฟ้องเป็นคดีอาญา 2.ฟ้องคดีล้มละลาย 3.ฟ้องตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ4.เก็บสำนวนไว้ นอกจากนี้มียื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ให้เป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ มีโทษสูงกว่าคดีปกติจำคุก5-15 ปี" พล.ต.ท.สุวิระ กล่าว
ด้านนายชนะชัย เปิดเผยว่า ในระหว่างนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังต้องรอสำนวนคำร้องและทรัพย์สินที่อายัดมาได้จากปปง. คาดว่าจะส่งมาภายในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ และจะมีการประชุมภายในวันที่ 22 พฤษภาคม และคาดว่าจะส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องล้มละลายได้ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนจะเป็นคดีล้มละลายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับอัยการเป็นผู้พิจารณา หากอัยการรับฟ้องเป็นคดีล้มละลาย สามารถจะนำทรัพย์สินขายทอดตลาดได้ และเก็บเงินจากการขายทอดตลาดไว้ ยังไม่สามารถคืนเงินผู้เสียหายได้ทันที จนกว่าคดีอาญาจะถึงที่สุด
ขณะที่นายอภิชาติ กล่าวว่า ตำรวจยึดทรัพย์สินจากผู้กระทำความผิด บ.ยูฟันฯ ส่งมอบให้กับ ปปง.บางส่วนแล้ว จากนี้ต้องตรวจสอบทรัพย์สินว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ รวมถึงตามหาเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริง ในวันที่ 12 พ.ค.นี้ ปปง.จะประชุมคณะกรรมการธุรกรรม พิจารณานำทรัพย์สินส่งมอบกระทรวงการคลัง ขายทอดตลาด ตามกระบวนการคุ้มครองประชาชน ทั้งนี้ขั้นตอนการคืนเงินผู้เสียหาย หากไม่มีการคัดค้าน หรือไม่มีการต่อสู้ทางคดี ผู้เสียหายจะได้รับเฉลี่ยเงินคืนในเวลาไม่เกิน 1 ปี
แต่คดีดังกล่าว มีผู้ต้องหาและทรัพย์สินจำนวนมาก อาจมีการสู้คดีความ จึงต้องยืดระยะเวลาตามไปด้วย แต่หากพบว่าทรัพย์สินสร้างภาระให้ทางราชการ อาทิ รถหรู 18 คัน ก็อาจจะขายทอดตลาดไปก่อนได้ สำหรับการติดตามทรัพย์สินของผู้ที่ถูกออกหมายจับและหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ จากการตรวจสอบไม่พบการโอนเงินในนาม บ.ยูฟันฯ แต่พบโอนเงินในนามบุคคล กำลังประสานทางการมาเลเซีย ติดตามทรัพย์สินดังกล่าวคืนมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.30 น.นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้เสียหายจากบริษัท DCHL นำหนังสือร้องเรียนมายื่นหลังจากมีผู้ได้รับความเสียหายตั้งแต่ปี2555 ที่มีการจับกุมและออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วแต่ถึงขณะนี้ผู้เสียหายที่มีกว่า 500 คนยังไม่ได้รับเงินคืนแต่อย่างใด พร้อมทั้งนี้ยังได้รวบวมเอกสารหลักฐานบริษัทอีก 4 บริษัทซึ่งมีลักษณะแชร์ลูกโซ่ คล้ายกับบริษัทยูฟันฯ มายื่น โดยพล.ต.ท.สุวิระ ซึ่งเป็นผู้รับมอบหนังสือแทนพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.





