เพื่อไทยระบุข้อเสนอทำประชามติของแม่น้ำ 5 สาย แค่ต้องการรักษาอำนาจ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอทำประชามติในรูปแบบต่างๆ ว่า ขณะนี้ต้องยอมรับว่ากระแสการทำประชามติเกิดขึ้นแล้วและดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นช่องทางเดียว ที่จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยึดโยงกับประชาชนบ้าง แต่ข้อเสนอส่วนใหญ่ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ล้วนเป็นข้อเสนอที่ขี้ขลาด ไม่กล้าหาญ เสนอแนวทางประชามติเพื่อรักษาอำนาจ รักษาผลประโยชน์ตัวเอง
บางคนยังไม่เข้าใจข้อแตกต่างระหว่างประชามติกับประชาพิจารณ์ด้วยซ้ำ เสนออะไรก็ได้ที่จะได้อยู่ต่อ หนักสุดคือ เสนอให้ทำประชามติหลังใช้รัฐธรรมนูญ 90 วัน เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่าน กรรมาธิการยกร่างฯ และ สปช.ต้องเก็บกระเป๋าออกจากบ้านแม่น้ำ 5 สายทันที แต่หากผ่านก็จะได้วีซ่าอยู่ต่อในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติเป็นของขวัญ
ทั้งๆ ที่เงินเดือนและค่าตอบแทนของคนกลุ่มนี้เป็นหนี้ ที่ไม่ควรจ่ายของประเทศ เพราะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ก่อแต่ระเบิดเวลาความขัดแย้ง ค่าจ้าง สนช. 220 คน และ สปช. 250 คน 650 ล้านบาทต่อปี เงินเดือนเท่ากับรัฐมนตรีช่วยว่าการ เบี้ยประชุมกรรมาธิการยกร่างฯ 36 คน ประชุม 88 ครั้ง ฟาดไป 22 ล้านบาท และยังมีโอกาสประชุมรับตังค์กันต่อไป ค่าแรงแพงเกินฝีมือหรือไม่ถ้าแลกกับการอ้างว่าพลเมืองเป็นใหญ่ ซึ่งใหญ่ไม่จริง ประเทศชาติจ่ายแพงขนาดนี้ถือว่าไม่คุ้ม





