วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกมใหม่ปลุกประชามติ ปัดฝุ่นโมเดล 'พฤษภา 35'

(รายงาน) เกมใหม่ปลุกประชามติ ปัดฝุ่นโมเดล "พฤษภา 35"

ทิศทางสถานการณ์บ้านเมืองเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไร หนึ่งในหมุดหมายสำคัญอยู่ที่ช่วงวันที่ 19 - 22 พ.ค.2558


วันที่ 19 พ.ค. เป็นวันเชิงสัญลักษณ์ครบรอบ 5 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ ปี 2553
นอกจากนี้ ยังเป็นวันที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดแรก


วันที่ 22 พ.ค. เป็นวันครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 

ก่อนจะถึง 2 วันอันสำคัญข้างต้นก็มีความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม คสช.ที่น่าจับตา! วันที่ 4 พ.ค. อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เดินทางไป จ.นครปฐม เข้ากราบสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งมีนักการเมืองตระกูล “สะสมทรัพย์” ให้การต้อนรับพร้อมหน้า 

วันเดียวกัน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปพบกับชาวนาในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีตัวแทนชาวนาได้ยื่นหนังสือให้ พล.อ.ชวลิต หาทางช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต้นทุนการเพาะปลูกสูง และราคาข้าวเปลือกตกต่ำ


ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าวช่องพีซทีวี ยื่นหนังสือถึงตัวแทนสหประชาชาติประจำประเทศไทย เพื่อขอให้รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 19 ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกของสื่อมวลชน กรณีที่ช่องพีซทีวีถูกสั่งปิด


ปฏิกิริยาอันเนื่องจากช่องพีซทีวี “จอดำ” ปรากฏว่า แกนนำ นปช. ต่างยอมรับในชะตากรรม และทำได้แค่เพียงการยื่นหนังสือหรือถวายฎีกา


แกนนำ นปช. ก็เลือกใช้กลยุทธ์ “หนี” ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน และหลีกเลี่ยงการรบแตกหักกับ คสช. พวกเขาเลือกที่่จะรอคอยโอกาส เมื่อมีจังหวะก็แปรเปลี่ยนจาก “หนี” แล้วตีโต้กลับอย่างรวดเร็วฉับพลันได้


อีกด้านหนึ่ง มีเกมใหม่ “ให้มีการทำประชามติ” ร่างรัฐธรรมนูญฯ เกิดขึ้นจากตัวแทนพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคคือ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นควรให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็เห็นด้วยกับการทำประชามติ โดยพรรคเพื่อไทยเรียกร้องเพิ่มให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ให้ประชาชนเลือกว่า จะเอาฉบับไหน?


จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน ได้เกิดคู่ความขัดแย้งใหม่ ระหว่าง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กับพรรคการเมือง ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์


หากพิจารณาจากปรากฏการณ์ความขัดแย้งข้างต้น กรณีตัวแทนพรรคการเมืองผนึกกำลังค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดูจะคล้าย “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” ที่พรรคการเมืองรวมตัววิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญ 2534 จนสถานการณ์บานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลเมื่อพฤษภาคม 2535


อันที่จริง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มีจุดเริ่มมาจากการคัดค้าน “การสืบทอดอำนาจ” ของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2534 ที่ร่างโดยคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า “25 อรหันต์ทองแดง”


ในระหว่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีเสียงทักท้วงดังมาจากนักวิชาการ เอ็นจีโอ และหัวหน้าพรรคการเมืองเป็นระยะๆ


ความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐธรรมนูญฉบับปี 2534 ซึ่งมีความเป็นประชาธิปไตยด้อยกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2521 สร้างคลื่นใต้น้ำให้กับสังคมไทยเวลานั้น


วันที่ 19 พ.ย.2534 ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ ในการเรียกร้องให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย หลังการยึดอำนาจของ รสช. เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2534


ในการชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง จัดโดยคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) พร้อมด้วยพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยในขณะนั้นคือ พรรคประชาธิปัตย์, พรรคประชากรไทย, พรรคพลังธรรม, พรรคความหวังใหม่ และพรรคเอกภาพ


จึงได้เห็น ชวน หลีกภัย สมัคร สุนทรเวช พล.ต.จำลอง ศรีเมือง บุญชู โรจนเสถียร และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ปราศรัยอยู่บนเวทีเดียวกัน ด้วยความอัศจรรย์ใจยิ่ง


การชุมนุมใหญ่คัดค้านการสืบทอดอำนาจของ รสช.หนนั้น ถูกเรียกขานว่า “มติทุ่งพระเมรุ” อันเป็นเชื้อไฟให้เกิดการปะทุครั้งใหญ่ หลังจาก พล.อ.สุจินดา คราประยูร ตัดสินใจก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี


หากว่าพิจารณาบริบทสังคมการเมืองไทยปี 2558 นั้นมีความแตกต่างจากเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 พอสมควร โดยเฉพาะภาคประชาชนไม่ได้เป็นเอกภาพเหมือนในอดีต


ปัจจุบัน พระสุเทพ ปภากโร แกนนำ กปปส. มีจุดยืนเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทุกครั้งที่พระสุเทพได้รับกิจนิมนต์ไปยังวัดวาอารามต่างๆ ก็จะย้ำถึงการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน เป็นการต่อสู้ของคนดี มีธรรมะ สู้อย่างสันติ สงบอหิงสา เพื่อชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์


พระสุเทพยังกล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะที่เข้ามายึดอำนาจ เมื่อ 22 พ.ค.2557 พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยเป็นกำลังใจให้รัฐบาลทำงานปฏิรูปประเทศให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี


ถึงกระนั้น นักการเมืองกลุ่มหนึ่งก็ยังวาดฝันว่า “โมเดลพฤษภา 2535” จะหวนกลับมาอีกครั้ง ด้วยเกิดปรากฏการณ์ “สามัคคีนักเลือกตั้ง” วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์”


ในเวลาเดียวกันนั้น แกนนำ นปช.พยายามจะถอยออกไปอยู่ “แถวหลัง” และปล่อยให้ตัวแทนพรรคการเมือง และบรรดานักวิชาการปีกประชาธิปไตย ขยับขึ้นมอยู่ “แถวหน้า” แทน


ดังนั้น สถานการณ์เผชิญหน้า “ท้ารบ” ในเวลานี้ จึงต้องวัดความอดทนว่า ใครจะอึดกว่ากัน? เพราะหากใครนำกำลังออกมาสร้างความรุนแรง ความปั่นป่วนวุ่นวาย ก็จะพบความพ่ายแพ้ทันที