กลุ่มเรียกร้องประชามติที่เป็นประชาธิปไตย ข้อเสนอเพื่อรณรงค์ให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เนื่องด้วยในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกลุ่มต่างๆหลายกลุ่มในสังคมแสดงความคิดเห็นเพื่อเรียกร้องให้มีการออกเสียงประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญ เรา, คณะบุคคลที่ร่วมลงชื่อแนบท้าย, เห็นด้วยกับการจัดให้มีการออกเสียงประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญเพราะเราเชื่อว่าอานาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญคืออานาจของประชาชน รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบ ย่อมไม่ชอบธรรมที่จะใช้ปกครองประชาชน
อย่างไรก็ตาม หากจัดให้มีการออกเสียงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ โดยกาหนดผลในกรณีที่ประชาชนไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญไว้เพียงให้แต่งตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ และดาเนินการจัดทาร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งตามกระบวนการเดิม นั่นหมายความว่า อานาจในการจัดทาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยังคงอยู่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชาชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอีกเช่นเคย
เราเห็นว่าการออกเสียงประชามติที่กาหนดผลไว้ในลักษณะนี้เป็นการออกเสียงประชามติที่บีบบังคับประชาชนต้องเลือกเพียงสองกรณี กรณีแรก หากประชาชนให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้กลับเข้าสู่ระบบปกติ มีการเลือกตั้ง แต่ต้องอยู่กับระบอบการปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและอาจนามาซึ่งความขัดแย้งของคนในชาติได้อีก กรณีที่สอง หากประชาชนไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และเริ่มต้นกระบวนการจัดทารัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมต่อไป การออกเสียงประชามติที่มีทางเลือกอันไม่เป็นประชาธิปไตยเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการออกเสียงประชามติที่ปราศจากทางเลือก และไม่สามารถสะท้อนความคิดเห็นที่แท้จริงของประชาชนได้ อันขัดต่อเป้าหมายของการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจเลือกรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศได้ด้วยตนเอง
เราเห็นว่า หากประชาชนไม่ให้ความเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทาขึ้นโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสภาปฏิรูปแห่งชาติ ย่อมแสดงให้เห็นว่าประชาชนปฏิเสธกระบวนการจัดทาร่างรัฐธรรมนูญและเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การจัดทาร่างรัฐธรรมนูญตามกระบวนการเดิมย่อมไม่มีความชอบธรรมอีกต่อไป แต่ประชาชนในฐานะผู้ทรงอานาจสถาปนารัฐธรรมนูญ คือ ผู้ที่มีความชอบธรรมในการจัดทาร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง
ดังนั้น เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง เราจึงขอเสนอให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
๑. ในกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง และจัดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามข้อเสนอ ๓.๒ ถึง ๓.๖
๒. ในกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติให้ความเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติให้ความเห็นชอบ
๓. ในกรณีที่ประชาชนไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีผลดังต่อไปนี้
๓.๑ สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันสิ้นสุดลง
๓.๒ เริ่มต้นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยจัดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดาเนินการร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่ผูกพันกับข้อจากัดใดๆที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย
๓.๓ การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องมีขึ้นภายใน ๔๕ วันนับจากวันที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติ
๓.๔ สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทาร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วันนับจากวันเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
๓.๕ เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทาร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๓๐ วัน
๓.๖ จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างช้าที่สุดภายใน ๖๐ วันนับจากวันที่ออกเสียงประชามติ
เราขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมรณรงค์เรียกร้องให้มีการออกเสียงประชามติตามข้อเสนอข้างต้น ประชามติที่ไม่มีทางเลือก คือ ประชามติที่ไม่มีความหมาย กระบวนการจัดทาและให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญต้องยึดโยงกับประชาชน อานาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญต้องเป็นของประชาชน
เพื่อประชาธิปไตย เพื่อเสรีภาพ เพื่อประชาชน





