“รองผบ.ตร.” เสนอ 3 แนวทางจัดการขบวนการค้าโรฮิงญา พร้อมเร่งขุดศพ หวังเก็บหลักฐานดีเอ็นเอจากฟัน ย้ำการตรวจสอบทำอย่างมีระบบตามมาตรฐานสากล
ที่ห้องประชุม สภ..ปาดังเบซาร์จ.สงขลา พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เช่น พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนะชัย รอง ผบช.ภ. 9 ,พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผบก.ตม. 6 พ.ต.อ.วีระสัณห์ ธารเปี่ยม ผกก.ปาดังเบซาร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีการตรวจพบหลุมศพบนเทืองเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการขุดหลุมฝังศพไปแล้ว 8 หลุม พบศพ 4 ศพ และได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นใครและสาเหตุการตายเกิดจากอะไร ส่วนแนวทางการคลี่คลายคดีนี้เบื้องต้นกำหนดไว้ 3 แนวทาง คือ 1.เร่งรัดทั้งคดีที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีการแจ้งความลักพาตัวชาวโรฮิงญาไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งมีการออกหมายจับแล้ว 4 คน
แนวทางที่ 2 คือการตรวจสอบโครงกระดูกที่ถูกฝังบนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ เพื่อหาความเชื่อมโยงว่ามีใครหรือบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้างและแนวทางที่3 คือการสอบสวนชาวโรฮิงญาที่ป่วยอยู่ในแคมป์ เพื่อหาหลักฐานกลุ่มที่นำพาเข้ามาในพื้นที่ นอกจากนี้ จะต้องมีการพิสูจน์ทราบพื้นที่บนเทือกเขาแก้ว ซึ่งเป็นรอยต่อชายแดนไทย-มาเลเซียว่ายังมีชาวโรฮิงญาหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป
อย่างไรก็ตามหลังประชุมเสร็จพล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทีมแพทย์ และหน่วยกู้ภัยได้เดินขึ้นไปเทือกเขาแก้วเพื่อตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งได้ขุดหลุมศพในส่วนที่เหลือเพื่อเข้าสู่การตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตาย โดยการเก็บดีเอ็นเอมาตรวจสอบ
พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า ในการเก็บหลักฐานเบื้องต้นต้องทำอย่างระมัดระวังเนื่องจากพื้นทืี่บางส่วนภายในแคมป์พักเจ้าหน้าที่ต้องเก็บหลักฐาน เช่น รอยนิ้วมือ และดีเอ็นเอ เพื่อตรวจสอบหากลุ่มผู้ที่เกีี่ยวข้องในการนำพอากลุ่มโรฮิงญาเข้ามา ส่วนในการขุดศพมาชันสูตรหาหลักฐานนั้นก็ต้องระวังเช่นเดียวกัน เนื่องจากยอมรับว่าถูกจับตามองเกี่ยวข้องเรื่องของการค้ามนุษย์ ดังนั้นทุกขั้นตอนจึงต้องให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลซึ่งในการตรวจสอยดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการเข้าร่วมพิสูจน์ในครั้งนี้
เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ได้รับระบุว่า ในจำนวนนี้ผู้ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ยิ่งทำให้ต้องระมัดในเรื่องนี้ โดยการตรวจดีเอ็นเอจากฟันและกระดูกต้นขา สำหรับโครงกระดูกหรือศพที่ขุดพบเบื้องต้นน่าจะเป็นมุสลิมทำให้หลังจากนี้จะได้นำศพไปรวมรวบและขอนำไปฝากฝังไว้ในกุโบร์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา
“การตรวจสอบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำภายใต้มาตรฐานสากล เนื่องจากหลุมอยู่กระจัดกระจายทำให้การเก็บข้อมูลของจุดหลุมศพและศพนั้นต้องสัมพันธ์กันหมด เพราะประเทศไทยเราถูกจับตามองในเรื่องการค้ามนุษย์ ประกอบกับหากมีญาติสงสัยขอเข้ามาตรวจสอบก็สามารถดำเนินการได้ โดยจะทำรูปแบบและลักษณะคล้ายการเก็บอัตลััษณ์บุคคลกรณีสึนามิที่แม้จะผ่านไป10ปีแต่ก็มีัหลักฐานและข้อมูลยืนยัน” พล.ต.อ.จรัมพร กล่าว
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวน ให้ข้อมูลว่า ในการเชื่อมโยงไปหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกลุ่มนายหน้าที่เป็นผู้นำพาชาวโรฮิงญามาอยู่ที่แคมป์แห่งนี้นั้น เบื้องต้นพบว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง 3-4 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน และหลักฐานที่จะเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะกรณีการตรวจสอบจับกุมโรฮิงญาที่จ.นครศรีธรรมราชที่นำมาสู่การตรวจพบแคมป์ และหลุมฝังศพชาวโรฮิงญาบนยอดเขาแก้ว
หลังจากที่ญาติของชาวโรฮิงญารายหนึ่งได้ไปแจ้งความต่อตำรวจภูธรภาค 9 ว่า มีญาติจำนวน 2 คนชื่อ นายรอฟิต กับนายคาซินถูกนำตัวมากักขังที่บริเวณดังกล่าว และถูกเรียกค่าไถ่ให้ปล่อยตัว เมื่อนำเงินไปให้แล้วแต่ก็ไม่ได้รับการปล่อยตัวจนสุดท้ายนายคาซิน ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ขณะที่นายรอฟิต ได้หลบหนีออกไปได้ทำให้ญาติตัดสินใจเข้ามาแจ้งความเพื่อให้มีการตรวจสอบตามข้อมูลดังกล่าว กระทั่งตรวจสอบพบแคมป์ดังกล่าวจริง
อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ของแคมป์ที่พบมีเนื้อที่ประมาณ2-3 ไร่ ตั้งอยู่บนยอดเขามีการแบ่งพื้นที่การใช้สอยที่ชัดเจน เช่น ที่พัก ห้องครัว ห้องน้ำ โดยเฉพาะบ่อน้ำทีมีการนำผ้าใบมาปูวางลักษณะคล้ายบ่อเลียงบปลาเพื่อเก็บกับน้ำใช้ประโยชน์บนยอดเขา และที่สำคัญมีการสร้างหอคอยสูงที่ตั้งอยู่บนยอดเขาจุดที่สูงสุดเพื่อดูแลความเรียบร้อย ซึ่งพื้นที่จุดดังกล่าวน่าจะมีการใช้พื้นที่มานานอย่าง 2-3 ปี แต่ลักษณะการใช้พื้นที่จะเป็นในรูปแบบการผลัดเปลี่ยนมาอาศัยเป็นครั้งคราวครั้งละ 1-2 เดือนแล้วปล่อยทิ้งไว้และกลับมาใช้งานใหม่ หากมีการเคลื่อนกลุ่มโรฮิงญาผ่านเข้ามาในเส้นทาง ซึ่งสอดรับกับข้อมูลของผู้ที่รอดชีวิตที่ให้การว่าได้หลบหนีเข้ามาฝั่งไทยและได้แวะพักค้างตามสถานที่พักหลายแห่ง ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมาอยู่จุดที่เทือกเขาแก้วเป็นแหล่งพักสุดท้ายก่อนรอการข้ามไปรัฐเปอร์ลิสในฝั่งประเทศมาเลเซีย





