วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลไกปราบ 'มาเฟียลอตเตอรี่'

(รายงาน) กลไกปราบ "มาเฟียลอตเตอรี่"

หลังจาก “คสช.” ยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 ผ่านไปไม่ถึงเดือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ประกาศผ่านสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนของปีเดียวกัน ว่า หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนคือ ทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่ ขายในราคา 80 บาท

“ทำไมขายเกินราคาถึงคู่ละ 100-110 บาท ต้องแก้ไขระเบียบใหม่ หากมีเรื่องผลประโยชน์ก็ต้องยกเลิก หรือนำผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเข้ามาสู่ระบบและนำไปพัฒนาประเทศ จะต้องทำให้ราคาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตรงตามที่ระบุในตัวสลากินแบ่งรัฐบาล คือ 80 บาท”

จากนั้นมีคำสั่งแต่งตั้ง “สมชัย สัจจพงษ์” อธิบดีกรมศุลกากร ให้มาควบตำแหน่งประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่เรียกว่า “ประธานบอร์ด” พร้อมด้วยกรรมการอีก 4 คน ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2557

ช่วงเวลา 9 เดือน ที่ผ่านมา นายสมชัยเข้าทำงานสะสางโครงสร้างสำนักงานสลากฯ นั้น ได้พยายามหาวิธีเพื่อปรับกลไกราคาลอตเตอรี่ให้ลดลงเหลือ 80 บาท ด้วยการเสนอนโยบายแก้ปัญหา 4 แนวทางด้วยกัน ได้แก่ 1.เลื่อนวันจำหน่ายสลากในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ให้มีระยะเวลาขายสั้นลง เพื่อป้องกันการรวมชุดเลขเด็ดของกลุ่มผู้ขาย 2.จัดสรรจำนวนสลากเพิ่ม ให้แก่ผู้ขายรายย่อย 3.จับกุมผู้ขายเกินราคาและให้ยึดโควตาสลากคืน 4.เพิ่มจำนวนสลาก จากปัจจุบันพิมพ์อยู่ที่ 72 ล้านฉบับต่องวด และเปิดผู้จำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อทำให้ราคาปรับลดลงมาตามกลไกตลาด

แต่ดูเหมือนแนวทางข้างต้นจะทำสำเร็จเป็นรูปธรรมแค่ข้อ 4 คือ เพิ่มสลากขายให้ผู้พิการรายย่อย 2 ล้านฉบับ เมื่อเดือนสิงหาคม 2557 แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น เพราะการเพิ่มจำนวนอย่างไม่จำกัดนั้นต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน ส่วนอีก 3 แนวทางที่เสนอข้างต้น ยังไม่มีนโยบายอะไรชัดเจนออกมา

นอกจากนี้ยังผลักดันร่างกฎหมายฉบับใหม่ โดยวันที่ 10 มีนาคม 2557 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มี "ร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล" ฉบับใหม่ เพื่อแก้ปัญหาลอตเตอรี่ราคาแพง คาดว่าจะประกาศใช้ทันภายในปี 2558 เนื่องจากช่วงเดือนมิถุนายน 2558 มีโควตาสลากกินแบ่งหมดสัญญาประมาณ 48 ล้านฉบับ จากทั้งหมด 74 ล้านฉบับ และที่เหลือทยอยหมดสัญญาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2558

แต่แล้วจู่ๆ นายสมชัยก็ถอดก๊อก “ประกาศลาออก” จากตำแหน่งประธานบอร์ดกองสลากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2558 พร้อมให้เหตุผลว่า

“รู้สึกพอใจกับผลงาน 8-9 เดือน ที่ผ่านมา แต่ทำงานถึงจุดหนึ่งปัญหายังไม่คลี่คลาย ราคาสลากยังแพงเหมือนเดิม ผลงานยังไม่เป็นที่พอใจของประชาชน ควรหลีกทางเพื่อให้คนอื่นมาทำแทน”

"ธนากร คมกฤส" ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก วิเคราะห์ให้ฟังว่า ปัญหามาเฟียหรือผู้มีอิทธิพลมืดในกองสลากนั้น ทุกคนรู้ดีว่ามีจริงแต่ปราบไม่ได้ เพราะมีผลประโยชน์มหาศาลมาเกี่ยวข้อง กลไกปราบมาเฟีย “กองสลาก” ต้องตัดคนกลางออกไปให้ได้ ก็คือกลุ่มคนที่มีเงินสดๆ ไปซื้อสลากมาแจกจ่ายให้ผู้ค้ารายย่อย ส่วนนี้สำคัญ เพราะเป็นหลักประกันว่าสำนักงานสลากฯ ขายสลากหมดแน่นอน

“คนกลุ่มนี้เป็นเสือนอนกิน รู้ๆ กันอยู่ในแวดวงว่ามีใครบ้าง สามารถเอาเลขเด็ดมารวมชุดขายแผ่นละ 120-150 บาทได้ กำไรจากต้นทุนที่ซื้อมา 74.40 ถือว่าเยอะมากได้แผ่นละ 50-60 บาท เป็นผู้กำหนดราคาขายของท้องตลาดอย่างแท้จริง มีเครือข่ายในการกระจายลอตเตอรี่ขายทั่วประเทศ ส่วนแบ่งยี่ปั๊ว ซาปั๊ว แผงขาย ฯลฯ ทำเป็นระบบมานาน ใครจะเข้าไปแก้ต้องจัดการส่วนนี้ให้ได้"

ธนากรสรุปสั้นๆ ว่า กลไกปราบมาเฟียมี 3 วิธีคือ 1.ตั้งกองทุนรับซื้อคืนลอตเตอรี่ที่ขายไม่หมดเพื่อให้ผู้จำหน่ายรายย่อยไม่ต้องแบกรับต้นทุนมากไป 2.ลดจำนวนเงินส่งรายได้ให้รัฐจากที่จำหน่ายอยู่ปัจจุบัน 74.40 บาท ต้องลดมากกว่านี้ถ้าต้องการให้ขาย 80 บาท และข้อสุดท้ายคือ การสร้างเครือข่ายกระจายเล่มลอตเตอรี่ให้รายย่อยทั่วประเทศอย่างทั่วถึง แม้ต้นทุนในการบริหารสูงขึ้นก็ตาม

ล่าสุด มีข่าวลือว่า รัฐบาลอาจส่ง “พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” หรือ "ผู้การแดง" บุตรชายคนโต “พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์” หัวหน้า รสช.ที่ทำรัฐประหารปี 2534 เข้ามาเป็นประธานบอร์ดแทนนายสมชัย ที่ยื่นใบลาออกไปแล้ว

ทหารจะเข้ามาจัดระเบียบลอตเตอรี่ “ให้ขาย 80 บาท” ตามความฝันของท่านผู้นำได้หรือไม่ ต้องดูเงื่อนไขที่ผ่านมาด้วย เพราะสำนักงานสลากฯ มีรายได้นำส่งรัฐสูงติดอันดับ 1ใน 3 มาตลอด เฉพาะปี 2556 สำนักงานสลากฯ สร้างรายได้รวม 64,299 ล้าน โดยมีกำไรสุทธิ 1,367 ล้านบาท ทำยอดเงินนำส่งเข้ารัฐมากถึง 14,634 ล้านบาท

การจัดการเงินมหาศาล 6 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือ 5,000 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมกำราบมาเฟียจะใช้วิธีอย่างไร เพียงแค่ “มาตรา 44” พอหรือไม่ ?

ขณะนี้คนไทยลุ้นระทึกรอคืนความสุขทุกๆ 15 วัน หวังเพียงควักเงินซื้อได้ 80 บาท ตามคำสัญญา !