"วิษณุ"กำชับทุกกระทรวงตรวจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคในการบริหารแผ่นดิน ก่อนส่งแปรญัตติ
ที่โรงแรม มิราเคิล แกรนค์ คอนเวนชั่น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)จะยื่นคำขอแปรญัตติในร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้กรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญส่งตัวร่างฯมายัง ครม.แล้ว โดย กมธ.ยกร่างฯได้เปิดโอกาสให้ส่งคำขอแก้ไขภายใน 30 วัน ซึ่งมีเวลาตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ถึง 25 พฤษภาคม ดังนั้นเรื่องดังกล่าวยังพอมีเวลา ทั้งนี้ในส่วนของ ครม.ได้ตกลงกันแล้วว่า ให้ทุกกระทรวงส่งความเห็นกลับมายังตนในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายรัฐบาล ภายในวันที่ 14 พฤษภาคม จากนั้นวันที่ 15 พฤษภาคม ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม คณะทำงานจะได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปยัง กมธ.ยกร่างฯ และหลังจากนั้น กมธ.ยกร่างฯอาจจะเชิญ ครม.ไปชี้แจง ทั้งนี้ตนได้บอกไปยังทุกกระทรวงว่า อาจไม่ต้องไปสนใจในเรื่องของกลไกทางการเมืองมากนัก แต่ให้สนใจว่าจะมีกลไกอะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการทำงานหรือการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
“วันนี้ทุกคนตื่นเต้นกับประเด็นเช่น นายกฯเป็นใคร มาจากไหน เป็น ส.ส.หรือไม่ การเลือกตั้งเลือกแบบไหน แบบเยอรมันหรือแบบอะไร ไปสนใจเรื่องสมัชชาคุณธรรม เรื่องสภาขับเคลื่อนฯ ซึ่งเป็นเรื่องการเมืองภาคการเมือง แต่เรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานประจำวันที่เขียนในรัฐธรรมนูญ เช่น ต่อไปนี้การจะเสนอโครงการอะไรต้องรับฟังความเห็นของคนก่อน หรือ เกี่ยวกับงบประมาณอย่างนั้นอย่างนี้ การส่งเงินเข้ารัฐจะต้องแบบไหน ซึ่งเป็นการเมืองภาคราชการ ไม่ใช่ภาคการเมือง มันไม่มีคนช่วยดู ไม่มีเสียงวิจารณ์ จึงให้กระทรวงต่างๆช่วยดู ไม่ใช่เพื่อรัฐบาลนี้ แต่เพื่อคนที่จะมาเป็นรัฐบาลภายหน้า เพราะดูแล้วมีหลายมาตราที่จะเป็นอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาลต่อไป ไม่ว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปไตย(ปชป.) พรรคเพื่อไทย(พท.) พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) พรรคไหนๆก็ตามอาจประสบปัญหาได้ และคนเหล่านี้ไม่มีโอกาสขอแก้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ ครม.กำลังดูอยู่ อย่างไรตามกระทรวงต่างๆได้ทยอยส่งความเห็นของแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาบ้างแล้ว และอาจจะมีการส่งความเห็นเพิ่มเติ็มอออกมา” นายวิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ายกตัวอย่างที่บอกว่ามีมาตราที่จะเป็นอุปสรรคในต่อการบริหารของรัฐได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอไม่ยกตัวอย่าง เพราะบางเรื่องอาจไม่มีปัญหาจนถึงขั้นส่งความเห็นไปยัง กมธ.ยกร่างฯ เพราะบางกระทรวงเมื่ออ่านร่างฯอาจแล้วเข้าใจผิด มันเป็นปัญหาที่ราชการสนใจ แต่นักการเมืองไม่สนใจ
เมื่อถามว่า รัฐบาลได้ขอให้แต่ละกระทรวงส่งแนวทางการปฏิรูปตัวเองมาด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า การปฏิรูปนั้นแยกไปทำต่างหาก ดังนั้นวันนี้ถ้าหากกระทรวงต่างๆส่งแนวทางการปฏิรูปมา เราอาจส่งไปให้สภาปฏิรูป(สปช.) แต่ที่ด่วนกว่าวันนี้คือเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะ สปช.ยังอยู่อีกหลายเดือน จะปฏิรูปอะไรก็ค่อยว่ากัน เพราะจะส่งไปตอนนี้เขาจะคิดว่าเราให้เอาใส่ไปในรัฐธรรมนูญ และจากที่รัฐธรรมนูญมี 315 มาตรา ก็จะกลายเป็น 370 มาตรา
เมื่อถามถึงเรื่องที่เคยบอกว่าต้องการให้ตัดเนื้อหารัฐธรรมนูญออกประมาณ 20-30 มาตรา นายวิษณุ กล่าวว่า ที่พูดไปวันนั้นเพราะมีคนถามว่า 315 มาตรานั้นยาวไปหรือไม่ จึงบอกว่ายาว แต่ไม่ได้ถือเอาตัวเลขในมาตราเป็นหลัก แต่ถือข้อความว่ามีความละเอียดมากไป ภาษาอาจยืดเยื้อ ยืดยาว ดังนั้นอาจมีส่วนที่สามารถตัดออกได้ประมาณ 20-30 มาตรา ไม่ได้หมายความว่าตัดออกยกมาตรา เพราะบางมาตราที่มี 3 วรรค อาจตัดออกให้เหลือวรรคเดียว บางมาตราอาจเอาออกทั้งหมด ซึ่งตรงนี้จะส่งไปในคำขอแปรญัตติด้วย และคิดว่าการตัดเนื้อหานั้นจะกระทบถึง 20-30 มาตรา แต่เอาจริงอาจไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งจะเปิดเผยต่อสื่อมวลชนอยู่แล้ว จะไปกระกระมิดกระเมี้ยนกับนายนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯได้อย่างไร
เมื่อถามว่าประเด็นทางการเมืองเช่น ที่มา นายกฯ ส.ส. ส.ว. หาก กมธ.ยกร่างฯไม่แก้ จะเกิดปัญหาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จะแก้หรือไม่นั้น เป็นอำนาจของ กมธ.ยกร่างฯ หากไม่แก้ ก็นำเข้าที่ประชุม สปช. จากนั้นก็อยู่ที่ว่า สปช.จะชั่งน้ำหนักแล้วดูว่าคุ้มหรือไม่ที่จะให้ผ่าน เหมือนกับการเลือกปาร์ตี้ลิสต์ ที่มีกว่าร้อยรายชื่อ เมื่อเราชอบ 10 คนแรกแล้วไม่ชอบ 90 คนหลัง ก็ต้องเลือกเอา ถ้าบอกว่าไม่เอาก็เหมือนการปฏิเสธ 10 แรก เรื่องนี้ต้องชั่งน้ำหนักเอง คนเราบางทีมันก็ต้องทำใจ
เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลจะเสนอแก้ไขประเด็นการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คงมี แต่ก็ต้องดูทั้งหมด แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียด ซึ่งตนจะทำการบ้านแล้วส่งเข้าที่ประชุม ครม.โดยคาดว่าวันที่ 19 พฤษภาคม จะนำเข้า ครม.ได้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวรับได้หรือไม่หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นที่ยอมรับแล้วตกไปในที่สุด นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ไปไกลเหมือนกับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ที่บอกว่า ยอมตายหากรัฐธรรมนูญมีตำหนิ ตนมีเรื่องอื่นเยอะที่จะยอมตาย





