“วิษณุ”ชี้ใช้ม.44เปิดช่องทำประชามติไม่ได้ เพราะรธน.ชั่วคราว ระบุไว้แล้ววันที่ 4 ก.ย. ต้องนำร่างรธน.ขึ้นถวายฯ ชี้อยากให้ผ่านสู่โรดแมปที่ 3
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีการตัดมาตรา 181 , 182 ในร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่ว่าอย่างไรเพราะเป็นความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหลายคนก็วิจารณ์ว่ามาตราเหล่านั้นเป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีที่อาจจะทำให้เป็นปัญหา แต่เราก็กำลังดูอยู่เหมือนกันและอาจจะดูว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร อาจจะตั้งเป็นข้อสังเกตเพื่อส่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะถึงขั้นต้องตัดออกหรือไม่ ดังนั้นจึงตอบแบบชัดเจนไม่ได้ แต่ยอมรับว่ามาตราเหล่านี้ด้วยความที่เป็นมาตราใหม่ก็อาจจะเกิดปัญหาเหมือนกัน
ส่วนมุมมองส่วนตัว นายวิษณุ กล่าวว่า ก็พยายามเดาใจกรรมาธิการว่าตอนที่เขาเสนออาจจะมองว่ามันจะทำให้ดี แต่ด้วยความที่ใหม่ และไม่เคยทดลองใช้ ซึ่งบ้านเราถ้าอะไรที่เขาบอกว่าดีแล้วเราคิดว่าดี แต่พอใช้ไปอาจจะเป็นปัญหาได้เหมือนกัน ซึ่งดูแล้วก็จะเกิดกับทุกเรื่อง บางทีเอามันไปง่ายๆเรียบๆตามที่เคยทำอาจจะทำให้ราบรื่นกว่า
"บางทีเราอาจจะอยากมีของใหม่ๆเพราะเป็นการปฏิรูป แต่ว่าอย่างว่ามันก็เป็นดาบสองคม พอไม่ชินก็ถูกโจมตี พอถูกโจมตีก็ทำให้เกิดความรู้สึก บางครั้งยังไม่ได้ทดลองใช้ก็เกิดความรู้สึกหวั่นไหว ตอนนี้ประชาชนอาจจะมีความรู้สึกหวั่นไหว เพราะยังเคยไม่ลอง"นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า แต่จะให้ลองไปก่อนแล้วแก้ไขภายใน 5 ปี ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ระบุนั้น คนก็เกิดความไม่แน่ใจว่าสุดท้ายจะแก้ไขได้หรือไม่หรือจะเกิดความเสียหายเสียก่อนถึงเวลา 5 ปีหรือไม่ แบบนี้ต้องทำความเข้าใจ ถ้ามีโอกาสก็จะบอกกรรมาธิการว่าต้องทำความเข้าใจอธิบายให้มากกว่านี้ว่าแต่ละมาตราที่คิดขึ้นมาต้องการแก้ปัญหาอะไร
เมื่อถามว่ากรรมาธิการระบุว่าการทำประชามติจะต้องทำก่อนวันที่ 6 สิงหาคม นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แน่นอน เพราะวันที่ 6 สิงหาคมจะเป็นวันลงมติ แล้วทิ้งไว้เพื่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการเขียน หรือที่เรียกว่า"จาง" ในสมุดไทย เพื่อเตรียมนำขึ้นถวายฯในวันที่ 4 กันยายน ถ้าหากตัดสินใจว่าจะทำประชามติ ถ้าจะมีก็ต้องมีหลังจากที่สภาฯได้มีมติไปแล้ว เพราะถ้าสปช.คว่ำร่างฯก็ไม่มีอะไรไปลงประชามติ ถ้าสปช.มีมติให้ผ่าน ถ้าทางตรงก็นำขึ้นถวายฯ แต่ถ้าทางอ้อมก็เลี้ยวไปลงประชามติ ซึ่งการลงประชามติจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 เพื่อสามารถกำหนดกระบวนการ วันเวลาที่จะทำ วิธีการที่จะทำ และมันจะกระทบเวลาที่ล็อคไว้ทั้งหมด ที่ต้องทลายกำแพงเหล่านี้ให้หมดตามที่นายบวรศักดิ์ ระบุว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวก่อนวันที่ 6 สิงหาคม
"มีหลายคนพูดว่าทำไมไม่ใช้มาตรา 44 มันทำได้สารพัดก็จริง แต่มันเป็นมาตราที่อยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวจึงทำได้สารพัด แต่จะให้ขัดแย้งกับตัวรัฐธรรมนูญเองไม่ได้ เพราะมันเท่าเทียมกัน" นายวิษณุ กล่าว
รองนายกฯด้านกฎหมาย กล่าวอีกว่า ในเมื่อทุกอย่างมันล็อคเรื่องเวลาไว้ว่ากระบวนการรัฐธรรมูญต้องร่างในกี่วัน ต้องทำขึ้นถวายภายในกี่วัน ซึ่งการลงประชามติทำให้วันเหล่านั้นเคลื่อนออกไปอีก เมื่อเคลื่อนหมดแล้วใช้มาตรา 44 ก็เท่ากับว่าจะไปทำลายวันที่กำหนดตามรัฐธรรมนููญซึ่งทำไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมนำมาตรา44 มาใช้ในการลงประชามติไม่ได้ จึงต้องแก้รัฐธรรมนููญชั่วคราว เพื่อขยายวันออกไป ดังนั้นก็ต้องใช้เส้นทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราว ระบุไว้แล้วว่าวันที่ 4 กันยายน ต้องนำร่างรัฐธรรมูญขึ้นถวายฯ นี่พูดถึงว่าถ้าจะต้องทำประชามติ
เมื่อถามว่าคำถามในการประชามติจะออกมาประมาณไหน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลที่เป็นผู้คิด แต่คงจะต้องถามอีกทีว่าจะถามว่าอะไร ส่วนที่ในอดีตถามเแค่ว่ารับหรือไม่รับโดยไม่มีการเปรียบเทียบว่าถ้าไม่รับฉบับนี้แล้วจะเลือกฉบับนี้หรือไม่นั้นก็คงยุ่งพิลึก เพราะต้องนำฉบับนั้นออกมาโฆษณาอีกให้คนเข้าใจ เพราะตามหลักต้องทำความเข้าใจกับฉบับที่มีการร่างใหม่หรือที่เรียกกันว่าฉบับฝันเฟื่อง
"แต่ถ้าสมมติว่าไม่รับฉบับฝันเฟื่องที่อาจารย์ศรีราชาเรียกแล้วไปฉบับ 40 กับ 50 มาด้วย ก็ต้องให้ประชาชนทำความเข้าใจใหม่ เพราะคราวที่แล้วไม่ได้ทำความเข้าใจ ทีนี้แหละยุ่งใหญ่เลยทีนี้ แต่ครั้นจะให้ถามไปเลยว่าเลือกหรือไม่เลือกก็แน่ใจได้อย่างไรว่าคนเขาเข้าใจ หรือเข้าใจแต่ก็อาจจะลืมหมดแล้ว"นายวิษณุ กล่าว
ส่วนเรื่องของการตัดร่างรัฐธรรมนูญออก 20-30 มาตรานั้น นายวิษณุ กล่าวว่า มีผู้สื่อข่าวบางคนมานั่งนับว่า ตอนนี้มี 315 มาตรา ถ้าตัดออกไปก็จะเหลือประมาณ 285 มาตรา มันไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่หมายความว่ามีมาตราที่จะต้องทักท้วงกัน ซึ่งอาจจะเอาออกทั้งมาตราหรือออกเพียงบางวรรค หรือออกเพียงบางคำ ซึ่งอยู่ในข่ายประมาณ 20-30 มาตรา
"สุดท้ายจริงๆแล้วอาจจะไม่ได้ดึงออกทั้งมาตรา เช่น มาตรานี้มี 3 วรรค ก็อาจจะเอาออกบางย่อหน้า มาตรานี้เขียนยาวเยิ่นเย้อ อาจจะเขียนให้สั้นลง แบบนี้มีประมาณ 20-30 มาตรา"นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่าตอนนี้เริ่มมีการพนันแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ แล้วแต่วงพนันเขา ไม่ได้มีเอี่ยวอะไรด้วย แต่พูดไม่ถูกและดูไม่ยุติธรรมหรอกว่าถ้ามาถามตอนนี้ เพราะกรรมาธิการอาจจะแก้ไขตามที่เสนอทั้งหมดจนพอใจ พอพอใจก็ผ่าน แต่ตอนนี้ก็เป็นจิ้งจกทัก กินปูนร้อนท้องไปก่อนว่าอคติไปหน่อย แต่ทั้งนี้เราทุกคนอยากให้มันผ่านเพื่อไปสู่โรดแมปที่ 3 โดยเร็ว หรือใครไม่อยากไป "ผมคนนึงที่อยากไป"
เมื่อถามว่าแต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านอายุของกรรมาธิการก็ต้องขยายและรัฐบาลก็ต้องอยู่ต่อ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่แน่นอน ถ้าขยายแล้วรัฐบาลพ้นไปแล้ว จะให้ใครมาเป็นรัฐบาล แต่จะให้รัฐบาลมาบอกว่าผ่านไม่ผ่าน หรือประชามติ หรือไม่ก็ไม่เหมาะสม รัฐบาลต้องเป็นคนพูดคนสุดท้ายที่พูด ถ้าบอกว่าผ่านครับ แต่ปรากฏว่าไม่ผ่านก็จะเดือดร้อน หรือไปลงประชามติก็เดือดร้อน
เมื่อถามว่าไม่ใช่ว่ารัฐบาลอยากให้ไม่ผ่าน เพราะรัฐบาลจะได้อยู่ต่อหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่กล้าตอบ แต่สำหรับตนอยากให้ผ่าน ส่วนนายกฯอยากให้ผ่านหรือไม่ต้องไปถามท่าน





