ประชุม 3 บอร์ด มีมติให้คณะกรรมการหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว มอบองค์การค้า ทำแผนฟื้นฟูองค์กร หลังพบเป็นหนี้กว่า 4 พันล้านบาท
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการคุรุสภา , คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้า(อภ.) ของสกสค. ว่า ในส่วนของคุรุสภานั้น บอร์ดคุรุสภา มีมติให้คณะกรรมการ/อนุกรรมการต่าง ๆที่อดีตบอร์ดคุรุสภาตั้งไว้ซึ่งมีกว่า 30 ชุดนั้น หยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน ยกเว้นคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรีที่มี ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) เป็นประธาน ทั้งนี้ ให้นายกมล ศิริบรรณ รองปลัด ศธ.ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา ไปพิจารณาในรายละเอียดว่า คณะกรรมการ/อนุกรรมการชุดใดมีความจำเป็นหรือเกินความจำเป็น รวมถึงพิจารณาองค์กรประกอบการของคณะกรรมการด้วยว่า มีความเหมาะสม มากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ เพื่อนำเสนอบอร์ดคุรุสภาอีกครั้งในการประชุมนัดหน้า
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ สกสค. บอร์ด สกสค.ก็มีมติให้คณะกรรมการ/อนุกรรมการชุดต่าง ๆ ที่ สกสค.ไปออกระเบียบหรือไปจัดตั้งไว้ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเช่นกัน ยกเว้นคณะกรรมการที่ทำเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของสมาชิก แล้วให้นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. ไปพิจารณาว่า การออกระเบียบหรือการแต่งตั้งกรรมการแต่ละชุดของ สกสค.ถูกต้องหรือไม่ ในส่วนขององค์การค้า นั้น นายสุเทพ ชิตยวงษ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ.ปฏิบัติหน้าที่ผอ.องค์การค้า ได้สรุปข้อมูลการดำเนินงานขององค์การค้า ซึ่งพบว่า ผลประกอบการขององค์การค้า ขาดทุนสะสมจำนวนมาก จึงมอบให้ปฏิบัติหน้าที่ผอ.องค์การค้า ไปพิจารณาว่า จะปรัวตัวองค์การค้าอย่างไรเพื่อลดการขาดทุน ให้ผลประกอบการกระเตื้องขึ้น ละให้ไปดูรายละเอียดว่า การดำเนินการที่ผ่านมา มีจุดบกพร่อง มีการรั่วไหล มีการใช้จ่ายเงินที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไม่สมเหตุสมผล
"ภายในสัปดาห์หน้า ถ้ามีความพร้อมก็จะมีการเรียกประชุมทั้งะมีการเรียกประชุมทั้ง 3 บอร์ดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การให้คณะกรรมการ/อนุกรรมการชุดต่าง ๆ หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น เป็นแค่ระยะสั้น เมื่อได้รายละเอียดชัดเจนแล้ว จะมาพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ ที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะมีคณะกรรมการ/อนุกรรมการจำนวนมาก อย่างคุรุสภา มีกว่า 30 ชุด ดูแล้ว บางครั้งก็ชื่อซ้ำ ๆ กัน ไม่แน่ใจว่า ภารกิจซ้ำกันบ้างหรือไม่ องค์ประกอบของคณะกรรมการก็เยอะเกินไป ดังนั้น เพื่อความชัดเจนเลยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน แล้วให้เลขาธิการไปหารายละเอียดมาเสนอที่ประชุมครั้งต่อไป"
ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า องค์การค้าขาดทุนสะสมตั้งแต่ปี 2539 - 2557 รวม 4,509 ล้านบาท ล่าสุด ปี 2558 องค์การค้า มีหนี้ทั้งหมด 4,284 ล้านบาท ใน 13 รายการ อาทิ ค่าลิขสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 225 ล้านบาท ค่ากระดาษ 962 ล้านบาท หนี้สหกรณ์ออมทรัยย์ 21 ล้านบาท องค์การค้า ได้ทะยอยจ่ายนี้ทั้ง 13 รายการอยู่ ส่วนผลประกอบการรายปีขององค์การค้าขาดทุนต่อเนื่อง บัญชีปีล่าสุด ปี 2556 ผลประกอบการขาดทุน 286 ล้านบาท สาเหตุที่ทำให้ขาดทุน หลัก ๆ เป็นเพราะขายตำราเรียนไม่ได้ ส่วนแบ่งการตลาดแค่ 11.43 % ซึ่งถือว่า ต่ำมาก ทั้งนี้เพราะการเปิดเสรีตำราเรียน ส่งผลให้องค์การค้าแข่งขันกับสำนักพิมพ์เอกชนไม่ค่อยได้ ขณะเดียวกัน สินค้าอีกหลายรายการขององค์การค้า ก็ขายได้น้อยกว่าที่ควร อย่างเช่น เครื่องแบบลูกเสือ ขายได้แค่ 8 ล้านบาท
"รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบให้ทำแผนฟื้นฟูองค์การค้า ลดภาระรายข่าย เพิ่มรายได้ เพื่อให้องค์การค้าอยู่ในฐานะที่สามารถใช้หนี้ได้ ทั้งนี้ องค์การค้า ยังมีทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินอยู่หลายแปลง บางแห่งยังไม่ได้นำมาพัฒนา อาจจะนำมาพัฒนาเพื่อหารายได้เพิ่มได้ อย่างไรก็ตาม การทำแผนฟื้นฟูองค์การค้านั้น จะต้องมีการหารือกันก่อน พร้อมรับฟังนโยบายจาก รมว.ศึกษาธิการด้วย" นายสุเทพ กล่าวและว่า ได้เดินทางไปพบกับผู้บริหาร องค์การค้าฯเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจแล้ว ไม่ได้มีการต่อต้านๆ ทั้งจากผู้บริหารและสหภาพแรงงานองค์การค้า ทั้งนี้ ขอย้ำว่า ไม่ได้จะเข้าไปล้างผลาญหรือทำลายองค์การค้า แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจเพื่อให้องค์การค้าเป็นองค์กรที่ดีขึ้นมา





