วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ตร.นำทีมบิ๊กตำรวจแถลงผลงาน 6 เดือน

"พล.ต.อ.สมยศ" นำทีมบิ๊กตำรวจแถลงผลงาน 6 เดือน เน้นให้ข้าราชการมีความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูง รวมถึงมีมาตรการเชิงรุกปราบปรามการละเมิด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็นประธานการ “แถลงผลการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ. วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม ที่ปรึกษา (สบ 10), พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร./โฆษก ตร. ร่วมแถลงผลงานที่สำคัญในแต่ละด้าน ซึ่งผู้เข้าร่วมรับฟังการแถลงผลงานประกอบด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ผู้แทน กต.ตร.กทม., สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์, อาสาสมัครเหยี่ยวเวหา, มูลนิธิต่างๆ และสื่อมวลชน ตลอดจน ผบช. หน่วยในสังกัด ตร. รวม 120 คน ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร.

พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ในสังกัด นำเสนอผลงานในรอบ 6 เดือน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีจุดเน้นที่สอดคล้องกับรัฐบาลในการให้ข้าราชการมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงมีมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามการละเมิดสถาบัน มุ่งรักษาความมั่นคงของประเทศ แก้ไขปัญหาความไม่สงบของชายแดนภายใต้ ป้องกันและแก้ไขปัญหาในการทุจริตประพฤติมิชอบ ได้มีการมอบนโยบายกับทุกกองบัญชาการให้ตำรวจเป็นที่ยอมรับของประชาชน รวมทั้งการดำเนินการปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด จัดทำฐานข้อมูลอาชญากรรมเพื่อรวบรวมข้อมูลทั่วประเทศด้วย

ด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้มีการกระจายให้แต่ละพื้นที่รับผิดชอบบูรณาการแก้ไขปัญหา ผลงานที่สำคัญ คือ การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ในปี 2557 มี 280 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 80 คดี ส่วนในปี 2558 มี 68 คดี / ด้านการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้มีการตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายทั้งในด้านการค้าประเวณี แรงงานผิดกฎหมาย ทำให้จำนวนผู้ที่โดนหลอกไปค้าประเวณีมีจำนวนลดลง และในเรื่องของชาวโรฮิงยา พบผลการสกัดกั้นเป็นที่น่าพึงพอใจ ได้มีการตั้งจุดสกัดตามพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนใต้

ขณะเดียวกันในส่วนการเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เน้นการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา โดยสามารถจับกุมยาบ้าได้รวม 12 ล้านเม็ด และมีการปราบปรามจับกุมเครือข่ายการผลิต และการค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย หยุดยั้งการแพร่ระบาด ตรวจสอบอายัดทรัพย์สิน และดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง

ด้าน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ปรับปรุงระบบการพัฒนาศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ตำรวจสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบ CRIMES หรือระบบค้นหาของตำรวจในการค้นหาเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น และมีการพัฒนาระบบยืนยันตัวบุคคลด้วยภาพใบหน้าสามารถใช้ได้จริงแล้วในขณะนี้

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ยังกล่าวถึงผลการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถจับกุมผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บุกรุกพื้นที่สาธารณะ และทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รวม 5,051 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 3 พัน 9 ร้อยล้านบาท ในส่วนของการป้องกันและปราบปรามงาช้างผิดกฎหมาย สามารถจับกุมเครือข่ายค้างาช้างแอฟริกาข้ามชาติที่ท่าเรือคลองเตยข เณะลักลอบขนส่ง

อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร. กล่าวสรุปการแถลงข่าวในวันนี้ว่า โดยรวมแล้วการทำงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ส่วนจะเป็นที่พึงพอใจของประชาชนมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทุกนายสามารถทำงานตอบสนองนโยบายของรัฐได้เป็นอย่างดี พร้อมยืนยันทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีการกลั่นแกล้ง ยึดหลักตามความถูกต้องและกฏหมายเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องการปฏิรูปตำรวจนั้น ตนยืนยันมาโดยตลอดว่า ข้าราชการตำรวจยินดี หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และพร้อมปฏิบัติตาม แต่ที่สำคัญประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด รวมถึงตำรวจจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าวก็อยู่ในดุลยพินิจของรัฐบาลว่า มีการเห็นชอบต่อแนวคิดนี้หรือไม่อย่างไร