ดีเอสไอ จ่อเรียก"วัฒชานนท์-จิรเดช" เข้ารับข้อหายักยอกสหกรณ์คลองจั่น แยกสัญญากู้ 33 ฉบับเป็น 4 กลุ่ม มีทั้งกู้ปลอมแต่เบิกเงินจริงและปลอม
พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดตรวจสอบเส้นทางการเงินคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด. เปิดภายหลังการประชุมพนักงานสอบสวนว่า ในส่วนของพระธัมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตนได้รับการประสานจากนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย เพื่อขอให้นำตัวพระธัมชโยเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน โดยนายสัมพันธ์ แจ้งว่าในวันพรุ่งนี้ ( 25 เม.ย) ทีมทนายจะประชุมหารือที่วัดพระธรรมกายเพื่อกำหนดวันเวลาเข้าพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ตนได้แนะนำให้พระธัมชโยเข้าให้ปากคำเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะจะเป็นประโยชน์กับพระธัมชโยมากกว่า เนื่องจากการเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน
สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์มูลค่าความเสียหายกว่า 16,000 ล้านบาท ที่พนักงานสอบสวนชุดเดิม เคยมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย นายศุภชัย ศรีศุภอักษร น.ส.สรันยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการฝ่ายการเงิน นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ และนายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อของสหกรณ์คลองจั่นฯ แต่การสอบสวนของพนักงานสอบสวนชุดใหม่พบว่า พนักงานสอบสวนชุดเดิมยังแจ้งข้อกล่าวหาไม่ครบ
โดยมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาขาดไป 2 ราย คือ นายวัฒชานนท์ นวอิสรารักษ์ และนายจิรเดช วรเพียรกุล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) ดังนั้น ดีเอสไอจะเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาและนำตัวสั่งให้อัยการสั่งฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลต้นเดือนพ.ค.นี้ โดยการฟ้องครั้งนื้จะฟ้องเรียงกระทงตามจำนวนเช็คที่มีการรับจ่ายออกไปจากสหกรณ์เพื่อให้เห็นถึงพฤติการณ์การกระทำความผิดที่มีความเชื่อมโยงกัน
ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ หัวหน้าชุดสอบสวนคดียักยอกทรัพย์และฟอกเงิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบสัญญากู้เงิน 13,000 บาทให้กับนิติบุคคล 27 แห่ง รวม 33 สัญญา พบว่ามีสัญญากู้แบ่งเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย สัญญาเงินกู้ปลอม แต่เบิกเงินจริง ,สัญญาปลอมที่ไม่มีการเบิกเงิน, สัญญาปลอมที่ทำขึ้นเพื่อกลบหนี้ทางบัญชี และสัญญาที่มีการกู้ยืมจริงและมีการเบิกเงินจริง
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ได้อนุมัติให้คดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ ทำให้ดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนคดีฟอกเงินในส่วนของนายศุภชัยและนายสถาพร วัฒนาศิรินุกูล ซึ่งจะทยอยเรียกพยานเข้าให้ปากคำต้นเดือนพค.เช่นกัน
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า การเข้าแจ้งข้อกล่าวหานายศุภชัยในคดีลักทรัพย์ 27 ล้านบาท ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่า พนักงานสอบสวนจะฟ้องขอให้เรียงกระทงลงโทษเป็น 8 กรรม สืบเนื่องจากการนำเงินสดออกจากสหกรณ์ฯ 8 ครั้ง เบื้องต้นนายศุภชัย ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว. โดยอ้างว่ามีการตกลงขอหักหนี้ 27 ล้านบาท ออกจากวงเงินจำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนจะแนบคำร้องทุกข์ของนายศุภชัยให้พนักงานอัยการพิจารณาต่อไป





