วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนุน'ประยุทธ์'ใช้ม.44จัดการเรือประมงเถื่อน

นักกฎหมายหนุน นายกฯ ใช้มาตรา44 จัดการเรือประมงผิดกฎหมาย แก้ใบเหลืองอียู เอ็นจีโอแนะภาครัฐคุมเข้มทั้งระบบ

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ กล่าวถึงกรณีที่สหภาพยุโรป(อียู) เตือนเรื่องการทำประมงผิดกฏหมาย เนื่องจากใช้อุปกรณ์หาปลาที่ไม่ได้มาตรฐานและรุกล้ำการหาปลา นอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต หากจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ รัฐบาลต้องดำเนินการทุกเรื่องให้เป็นไปตามกฏหมาย

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของการใช้แรงงานผิดกฏหมายต้องบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวดกับขบวนการค้ามนุษย์ ดำเนินคดีให้เข้มงวด ผู้ประกอบการที่กระทำผิด ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง หากสามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิด เชื่อว่าจะทำให้ภาพลักษณ์การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศไทยดีขึ้น

“ทั้งนี้ การแก้ปัญหาไอยูยู(IUU)จะต้องทำให้ถูกต้อง ทั้งระบบตั้งแต่การจดทะเบียนเรือ อุปกรณ์จับปลาต้องได้มาตรฐานและมีการจดทะเบียนแรงงานให้ได้รับความคุ้มครอง ขณะเดียวกันในกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดจะใช้มาตรา 21และมาตรา44 ในการลงโทษและควบคุมให้เรือประมงดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประมง พ.ศ.... ที่อยู่ระหว่างรอการบังคับใช้นั้นก็เห็นด้วย เพราะถือเป็นเครื่องมือจัดการผู้กระทำผิด แต่รัฐจะต้องดำเนินการกับผู้กระทำผิดตัวจริง”นายสุรพงษ์ กล่าว

ด้านนายสมพงษ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน(แอลพีเอ็น) กล่าวว่า การแก้ปัญหาของไอยูยูนั้น นอกจากเรื่องของเรือแล้วควรดูว่ากระบวนการตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของสินค้าจะทำอย่างไร และมาจากไหน นอกจากจะตรวจเรือผิดกฎหมาย แล้วคนที่อยู่บนเรือมีสภาพการทำงานเป็นอย่างไร ถูกกฎหมายหรือไม่

นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า เชื่อว่ารัฐบาลไทยคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะได้ใบเหลือง เพราะคณะกรรมาธิการยุโรปได้บอกล่วงหน้า และรัฐบาลได้เตรียมพร้อมแก้ปัญหาไว้ระดับหนึ่ง เช่น การติดตั้งระบบติดตามเรือ(วีเอ็มเอส) โดยสหภาพยุโรปเน้นเรื่องประมงนอกน่านน้ำ เช่น การเข้าทำประมงอย่างผิดกฎหมายในอินโดนีเซีย

“ เมื่อมีการเตือนจากอียูรัฐบาลก็ต้องทำงานให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้การแก้ปัญหาได้ผล หากทำได้ไม่ดีอาจจะถูกเตือนอีกครั้งซึ่งไทยอาจจะถูกใบแดง มองว่าเรื่องที่ควรเข้มงวดเรื่องหนึ่งคือ การแจ้งเข้า-ออก เรือที่จะไปทำประมงนอกน่านน้ำ ที่ยังมีศูนย์รับแจ้ง 4-5 จุดเท่านั้นซึ่งยังไม่เพียงพอ และในเรื่องวีเอ็มเอสที่จะต้องจัดการให้เข้มข้นขึ้น ควรเน้นในกลุ่มเรือประมงขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่ออกไปจับนอกน่านน้ำ รวมทั้งควรเพิ่มความถี่ในการออกตรวจเรือ และสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการเรือเข้าใจและให้ความร่วมมือกับรัฐในการจดทะเบียนเรือและปฏิบัติตามกฎหมาย”นายสมพงษ์ กล่าว