"ชัย"ชี้ชาติจะฉิบหาย หากร่างรธน. ไม่ปรับปมกลุ่มการเมือง-ระบบเลือกตั้ง-ที่มาส.ว. ด้าน"บวรศักดิ์"เผยปรับแก้รธน.ต้องพิจารณาอีกครั้ง
การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งมีวาระพิจารณาให้ข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ นำเสนอต่อที่ประชุมสปช. เป็นวันที่สี่ ได้เข้าสู่การพิจารณาภาค2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ในหมวด3 ว่าด้วยรัฐสภา ต่อเนื่อง โดยข้อเสนอส่วนใหญ่ได้ขอให้ปรับจำนวน ของส.ส. โดยมีข้อเสนอ อาทิ ให้ส.ว.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 350 คน และแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน, ให้มีเฉพาะ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 450 คน รวมถึงเสนอให้กลับไประบบเลือกตั้งให้ใช้รูปแบบเดิมเหมือนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และไม่เอาระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ขณะที่ ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
โดยนายชัย ชิดชอบ อภิปรายในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองว่า ขอปรับให้ส.ส.มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 450 คน มาจาก 450 เขต และไม่ต้องการให้มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะหากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยกย่องให้พลเมืองเป็นใหญ่ ควรให้ประชาชนได้สิทธิเลือกตั้งโดยตรง ขณะที่การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อออกเป็น 6 ภาคนั้น ถือเป็นการรูปแบบเลือกตั้งที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย และอาจจะขัดแย้งต่อหลักการที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ นอกจากนั้นเห็นว่าควรตัดประเด็นของการให้กลุ่มการเมืองสามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งออกด้วย เพราะกังวลว่าจะเป็นกลุ่มที่ทำให้ชาติล่มจม
นายชัย กล่าวด้วยว่า ขณะที่บทบัญญัติที่กำหนดให้นายกฯ เป็นคนนอกก็ได้นั้น จะมีหลักประกันได้อย่างไรว่าเงินจะซื้อส.ส.ทั้ง 450 คนไม่ได้ เพราะหากมีบุคคลหรือมหาเศรษฐีร่ำรวยหลักหมื่นล้านบาทที่ต้องการเข้าสู่อำนาจ เขาอาจใช้เงิน 10 ล้านบาทก็ได้ ขณะที่ที่มาของส.ว. ขอเสนอให้แก้ไข เป็นจำนวน 150 คน และมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด หากจะให้คงรายละเอียดแบบเดิมที่เสนอเชื่อว่าจะสร้างปัญหา และความวุ่นวายแน่นอน อีกทั้งการลดจำนวนเพื่อเป็นลดการใช้งบประมาณ และนำงบประมาณที่มีนั้นไปพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน ส่วนหลักเกณฑ์ของบุคคลที่เป็น ส.ว.ขอให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดขึ้นเอง โดยอาจกำหนดให้คนที่จบวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก หรือเป็นดอกเตอร์ เป็นคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครเป็นส.ว.ก็ได้
"สปช.ไว้วางใจให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่สิ่งที่ท่านทำนั้น เป็นสิ่งที่นอกกรอบ ดังนั้นสปช.ต้องทักท้วงและขอให้พิจารณาบนความรอบคอบเพื่ออนาคตของบ้านเมือง ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญจะออกไป สิ่งที่คสช.ต้องการคือให้พวกเราอยู่เย็นเป็นสุข หากมันยากจริงๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ต้องออก ใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ตลอดไปก็ได้ ผมมองว่าบ้านเมืองจะอยู่รอดก็อยู่ที่พวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้ากฎหมายออกไปดี บ้านเมืองก็อยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ถ้ากฎหมายออกไปรูปแบบนี้ ไม่สุขแน่ ฉิบหายบ้านเมือง" นายชัย กล่าว
จากนั้น พล.อ.เลิศรัตน์ ชี้แจงโดยทันทีว่าข้อเสนอเช่น ขอให้ปรับส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และปรับจำนวน ส.ว.ให้เหลือ 150 คน ได้รับข้อเสนอจากสปช. หลายคน ซึ่งประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รับไปพิจารณาอีกครั้ง ช่วง 60 วันสุดท้าย ว่าหนทางใดจะดีที่สุดในการออกแบบสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ส่วนกรณีที่นายชัย ระบุว่าชาติจะล่มจมเพราะกลุ่มการเมืองนั้น ตนยืนยันว่ากลุ่มการเมืองที่มีการเคลื่อนไหวในบ้านเมืองที่หลายฝ่ายระบุไว้นั้น ไม่เป็นไปตามความหมายของกลุ่มการเมืองที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะหากกลุ่มการเมืองต้องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องดำเนินการตามกฎหมายและกติกาในมาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้บังคับกับพรรคการเมืองด้วย อาทิ ต้องจดแจ้งกลุ่มการเมือง มีอุดมการณ์ที่ชัดเจน ตนเชื่อว่าหากกลุ่มการเมืองเหล่านั้นจะเล่นการเมือง สามารถทำได้ในระดับพรรคการเมือง เพราะมีเครือข่าย มีสมาชิกจำนวนมาก ดังนั้นความหมายของกลุ่มการเมืองตามร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ใช่การให้สถานะที่ถูกต้องตามกฎหมายแก่กลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวใดๆ ในประเทศไทย หรือจะทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองได้
"วรชัย"ระบุรับได้เลือกตั้งช้าแต่รธน.ต้องเป็นประชาธิปไตย
นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง กับศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ว่า วันนี้มีการเสนอความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เรื่องของรัฐธรรมนูญที่ต้องมีแนวทางไปในเรื่องของความปรองดอง ลดความขัดแย้ง เป็นประชาธิปไตย เรารับได้หากการเลือกตั้งช้า แต่รัฐธรรมนูญต้องเป็นประชาธิปไตย ซึ่งควรมีการทำประชามติ แต่หากรัฐธรรมนูญยังเป็นแบบที่ร่างออกมานี้และไม่มีการแก้ไข เชื่อว่าความขัดแย้งจะไม่สิ้นสุด
นายวรชัย กล่าวต่อว่า วันนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งเฉพาะกลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ กปปส. นปช. และพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่เป็นความขัดแย้งของความคิดคนอนุรักษ์นิยมกับคนรักประชาธิปไตย ต้องทำให้ทั้ง 2 กลุ่มเดินไปด้วยกันได้ วันนี้ทุกฝ่ายต้องเป็นผู้ที่ร่วมมือกันช่วยให้ประเทศไม่มีความขัดแย้ง ถ้าคสช.มีความตั้งใจจะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งจริง ต้องเสนอความเห็นที่ได้พูดคุยกันไปยังกรรมาธิการยกร่างฯ หากไม่ทำก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร ยึดอำนาจไม่จบ อย่างไรก็ตาม เสนาธิการทหารบกได้รับฟังความเห็นพอสมควร เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พูด ได้แสดงความเห็น และจะนำแนวทางข้อเสนอทั้งหมดไปให้หัวหน้าคสช. ขอให้หัวหน้าคสช.รับฟังความคิดเห็นต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมด้วย
"พงศ์เทพ"เผยวงหารือประสานเสียงโวยร่างรธน.
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เสียงส่วนใหญ่ทั้งนักวิชาการ นักการเมือง ภาคประชาชน เป็นไปในทำนองเดียวกัน โดยเน้น2 ปัจจัยหลักคือ เรื่องระบบกฎหมาย กติกาที่เป็นธรรม และการบังคับใช้กติกา ผู้บังคับใช้กติกาที่เป็นธรรม นอกจากนี้นักวิชาการก็จะพูดถึงกรรมวิธีที่จะสร้างความปรองดอง โดยได้หยิบยกเรื่องการสานเสวนาขึ้นมา เพื่อที่จะหาจุดร่วมกันได้
นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าจะมีปัญหาความขัดแย้งตามมามากกว่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารก็บอกว่าถ้าอย่างนี้จะจัดให้มีการพูดแสดงความเห็นของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้พูดคุยโดยตรงกับกรรมาธิการยกร่างฯโดยตรง แทนที่จะพูดผ่านสื่อ ให้มาเจอหน้ากันพูดกันด้วยเหตุผลน่าจะเป็นแนวทางที่ดี
"บวรศักดิ์"เผยปรับแก้รธน.ต้องพิจารณาอีกครั้ง
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ว่า การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญผ่านไป 3 วัน เป็นไปได้ด้วยดี ไม่มีสิ่งไม่ราบรื่นทั้งสิ้น เป็นสภาแบบอย่างที่ดีที่ไม่มีการประท้วงวุ่นวาย ไม่มีการใช้วาจาส่อเสียด
เมื่อถามว่า มีสปช.บางท่าน ระบุว่า การที่กมธ.ยกร่างฯ ลุกขึ้นชี้แจงในรายประเด็น แสดงว่าจะไม่มีการแก้ไขในร่างรัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ มีเวลาชี้แจง 15 ชั่วโมง แต่วันนี้ใช้ไปแค่ 5 ชั่วโมงกว่า ถ้าไม่ชี้แจงเลย ชาวบ้านที่ฟังจะได้เข้าใจ แต่ชี้แจงแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่า จะปรับปรุงไม่ได้ ซึ่งการชี้แจงเพื่อให้เห็นว่า กมธ.ยกร่างฯนั้น ใช้หลักวิชา ดูความเป็นไปของโลก ดูลักษณะเฉพาะของบ้านเมืองไทย ไม่ได้เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง
เมื่อถามย้ำว่า จากการแถลงของคณะโฆษก กมธ.ยกร่างฯ เหมือนว่าจะไม่แก้ไขในประเด็นที่มานายกฯ ที่มาส.ว.และระบบเลือกตั้งแล้ว นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ก็ฟังหมด แต่จะแก้หรือไม่ต้องมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนประเด็นที่บอก จะไม่มีการปรับแก้ไขนั้น สื่อมวลชนคิดกันเอาเอง ว่าจะไม่มีการปรับแก้ไขอีก ใครเป็นพยากรณ์อนาคตได้ ก็คิดเอาเองทั้งนั้น ยังไม่มีการพิจารณาใน 60 วันนั้นเลย เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งไปห่วง ว่าจะแก้หรือไม่แก้ อนาคตยังมาไม่ถึง ให้ดูวันนี้ก่อน





