“วัชระ” ร้องดีเอสไอ รับสอบสวนคดี “ธาริต” บุกรุกป่าเขาเสียดอ้า
นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบกับนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณียื่นเรื่องตรวจสอบโฮมสเตย์ ฟิออเร่ ปาร์ค ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยา ซึ่งพบว่า มีการก่อสร้างรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติให้เป็นคดีพิเศษ รวมถึงเรียกร้องให้ตั้งกรรมการสอบวินัยและจริยธรรม ของนางวรรษมล ที่เป็นข้าราชการของดีเอสไอด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาดีเอสไอรับสอบสวนคดีบุกรุกป่าหลายคดี ดังนั้นกรณีดังกล่าวดีเอสไอน่าจะสอบสวนเป็นคดีพิเศษเช่นกันโดยเฉพาะนายธาริต ถือเป็นข้าราชการระดับผู้ใหญ่ เป็นผู้มีอิทธิพล ทั้งนี้ขอให้เร่งรัดการตรวจสอบด้วยความรวดเร็วด้วย
ด้านนางสุวณา กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยมีการส่งหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานใด ทั้งนี้ เนื่องจากกรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.แนวท้ายการสอบสวนคดีพิเศษ ดังนั้น หากจะรับเป็นคดีพิเศษก็ต้องส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ส่วนเรื่องการสอบสวนวินัยเป็นเรื่องที่ดีเอสไอมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปากช่อง เคยทำหนังสือชี้แจงไปยังอธิบดีกรมที่ดิน เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2557 (ก่อนปฏิวัติ) ว่าที่ดินในความครอบครองของนางวรรษมล ในต.หนองน้ำแดง มีโฉนดที่ดินถูกต้อง โดยเป็นโฉนดเลขที่ 8078 เนื้อที่ 2 ไร่ ซึ่งสำนักงานที่ดินเคยออกให้กับบริษัท ปากช่อง การเกษตรจำกัด ปัจจุบันมีชื่อนางวรรษมลเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยซื้อต่อมาจาก น.ส.สุธีรา เตชะมณีวัฒน์ ทั้งนี้โฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวออกมาโดยอาศัยหลักฐาน น.ส.3 ก. เนื้อที่กว่า 44 ไร่ ซึ่งออกให้กับนายจำนงค์ สุกราสัย โดยวิธีเดินสำรวจออก น.ส.3 ในปี 2519 จากการตรวจสอบนายจำนงอ้างว่าซื้อที่ดินมาจากนายคำสิงห์ วงศ์จักษุ ซึ่งได้ครอบครองที่ดินทำไร่ข้าวโพดแต่ไม่มีเอกสาร ส.ค.1 ดังนั้น การออกเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวจึงถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในชั้นตรวจสอบกระทรวงยุติธรรมพบว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง ป่าเขาอ่างหิน และมีที่ตั้งห่างจากโบนันซ่าไม่มากนัก อีกทั้งเอกสารสิทธิ์ยังมีที่มาจากการเดินสำรวจเข้าไปในเขตป่า เมื่อปี 2519 เช่นเดียวกับสนามแข่งรถสปีดเวย์ของโบนันซ่า ดังนั้น สำนักงานที่ดินปากช่องจึงต้องตรวจสอบและดำเนินการในมาตรฐานเดียวกัน
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า. จากการสอบพยานในพื้นที่ยืนยันว่าในอดีตก่อนปี 2500 ไม่มีชาวบ้านขึ้นไปทำการเกษตรอยู่บนเขาใหญ่เพราะการเดินทางไม่สะดวก ส่วนใหญ่จะทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่ราบ ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศของราชการว่าพื้นที่ที่ขอเอกสารสิทธิมีร่องรอยการทำประโยชน์หรือยังมีสภาพเป็นป่า อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าในปี 2504 มีมติครม.ประกาศให้กันพื้นที่เขาใหญ่เป็นเขตป่าไม้ของชาติ ต่อมามติครม.ปี 2506 ประกาศให้เป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร และปี 2509 มีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่มีการเดินสำรวจเข้าไปในเขตป่าไม้ถาวรและเขตป่าสงวนเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ในปี2519 จากนั้นปี 2534 กรมป่าไม้มีมติยกที่ดินป่าเสื่อมโทรมให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร(ส.ป.ก.) จัดสรรที่ดินให้เกษตรกรผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากกรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์น.ส. 3 ก.ในพื้นที่ไปหมดแล้ว




