วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นัดประชุม บอร์ดสกสค.นัดแรก24เม.ย.นี้

“ณรงค์” พร้อมหนุน 3 รักษาการ สะสางปัญหาใน “คุรุสภา-สกสค.-องค์การค้า” ด้าน "ปลัด ศธ." เผยประชุมบอร์ด สกสค.นัดแรก ศุกร์ 24 เม.ย.นี้

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวว่า ได้เรียก นายกมล ศิริบรรณ รองปลัด ศธ. ปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา ,นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. ปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และนายสุเทพ ชิตยวงษ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. ปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค.มาหารือเมื่อวานนี้ (21 เม.ย. ) หลังมีคำสั่งแต่งตั้งทั้ง 3 คนให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทน เพื่อทำความเข้าใจที่มอบหมายงานน่าอึดอัดใจให้แต่ละคน เพราะอาจเจอการต่อต้านจากคนในองค์กรบ้าง แต่ก็บอกทั้ง 3 คน ให้ลองไปดู ไปทำความเข้าใจกับคนในองค์กรดังกล่าวว่า สาเหตุที่คสช.ต้องดำเนินการเชนนี้ด้วยเหตุผลอะไร นอกจากนั้น กำชับให้ทั้ง 3 คน รีบศึกษางาน โดยเฉพาะงานเร่งด่วนของและองค์กร แล้วรีบดำเนินการเพื่อไมให้งานสะดุด อาทิเช่น องค์การค้ามีภาระต้องพิมพ์ตำราเรียน อย่าให้การปรับย้ายครั้งนี้ถูกเอามาอ้างได้ว่า ทำให้การพิมพ์ตำราเรียนสะดุดหรือช้าลง 

“ในเรื่องการต่อต้านคิดว่า อาจมีบ้างแต่คงไม่บ้าง เพราะเชื่อว่า บุคลากรในแต่ละองค์กรน่าจะเข้าใจเหตุผลดี และทางคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐ( คตร.)ก็จะเข้าไปดูแลในส่วนนั้นอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ผมได้บอกกับทั้ง 3 คนว่า ถ้ามีปัญหา มีอุปสรรคอะไรในทุกเรื่องที่เข้าไปดำเนินการ ให้มาปรึกษากัน ผมเองและกระทรวงศึกษาธิการ ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ “ พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ทราบว่า วันนี้(21เม.ย.2558) คตร.มีการประชุม คงจะมีการกำหนดรูปแบบว่าจะเข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของทั้ง 3 องค์กรในรูปแบบใด ทั้งการใช้จ่ายเงินที่มาจากงบประมาณรัฐและจากรายได้อื่น ๆ ขององค์กร ส่วนทั้ง 3 คนในฐานะที่ไปรับหน้าที่เป็นเลขาธิการ ก็คงต้องไปช่วยดูว่า ที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจในส่วนนี้อย่างถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบว่า มีอะไรไม่โปร่งใสต้องมารายงานและให้เบาะแสแก่ คตร.ด้วย

ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ( ศธ.) กล่าวว่า การตรวจสอบทั้ง 3 องค์กรนั้น ในกณีของ สกสค.และองค์การค้า จะเป็นเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้จ่ายงบประมาณ โดยในกรณีของ สกสค.จะเป็นกรณีการทุจริตการก่อสร้างอาคารพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ จำนวน 360 ล้านบาท ของ สกสค.ซึ่งตนเป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลออกมาแล้วว่า มีมูลว่ามีการดำเนินการที่ส่อไปในทางทุจริต มีการแก้ไขแบบและมีการขยายเวลาการก่อสร้างออกไป สรุปแล้ว การดำเนินการทั้งหลายไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ส่งสำนวนกลับไปให้ รมว.ศึกษาธิการ แล้วว่า มีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้คือเจ้าหน้าที่พัสดุและผู้อนุมัติโครงการ

“ส่วนกรณีขององค์การค้า นั้น จะเข้าไปดูเรื่องร้องเรียนแต่ในอดีต โดยเฉพาะการร้องเรียนเรื่องการเช่าแท่นพิมพ์ สำหรับคุรุสภานั้น ไม่มีปัญหาเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง แต่มีข้อกล่าวหาในเรื่องการรับเงินเพื่อช่วยให้ได้เป็น ผอ.คุรุสภาจังหวัด ซึ่งถ้าเป็นเรื่องของการสมประโยชน์ ก็คงดำเนินการใด ๆได้ยากเพราะไม่มีผู้เสียหายมาร้อง ทั้งนี้ ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมบอร์ด สกสค. เป็นครั้งแรก”รศ.นพ.กำจร กล่าวในที่สุด