ครม.เคาะใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ไม่เลือกใครนั่งกสทช. ให้กรรมการที่เหลือ11คนทำหน้าที่ต่อจนครบวาระ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมถึงการสรรหาคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เล่าให้ที่ประชุมครม.ฟังว่าการที่คณะกรรมการ กสทช.ลาออกไป 1 คน ทำให้มีจำนวนไม่ครบ ซึ่งตามระเบียบที่วางไว้ต้องมีการสรรหาและมีการส่งรายชื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ที่ทำหน้าที่แทนวุฒิสภาคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายใน60วัน หากสนช.ไม่เลือกก็จะส่งให้ครม.เลือกภายใน 30 วัน ซึ่งที่ผ่านมามีการสรรหามาได้4คน และส่งให้สนช.ไปแล้ว และมีมติ 138:13 เสียงไม่รับรายชื่อนั้นทั้งหมด ดังนั้นสิ่งที่ต้องตามต่อมาคือ รายชื่อทั้ง 4 คนถูกส่งมาที่ครม.ให้ครม.เลือก
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้นายกฯ ขอฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย จึงมีมติสรุปว่าถ้าครม.เลือกคนหนึ่งคนใดหนึ่งชื่อก็จะดูลักลั่น เพราะเป็นรายชื่อที่สนช.ก็ไม่รับ ดังนั้นวิธีการแก้ไข 1.อาจจะแก้ไขกฎหมายแล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง แต่ที่ประชุมครม.ไม่เห็นชอบ 2.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว คือจะเลือกคนหนึ่งคนใด หรือเลือกคนที่นอกเหนือจาก4รายชื่อนี้ก็ได้เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างแต่ถ้าเป็นอย่างนั้นครม.ก็จะถูกครหาจากสังคมว่าสนช.
ไม่รับรายชื่อแล้ว แล้วครม.มารับ หรือเลือกคนหนึ่งคนใดก็เป็นการเล่นพรรคเล่นพวก หรือ3.จะใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ไม่เลือกใครเลย และให้คณะกรรมการที่เหลือ 11 คนทำหน้าที่ต่อไป
“ดังนั้นในวันนี้ที่ประชุมครม.จึงมติเรื่องนี้ที่ให้ใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ไม่เลือกใครเลย”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่ผ่านการสรรหาจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายทวีเดช เส้งแก้ว ทนายความสำนักงานกฎหมายนิติธาดา 2.นายธนกรณ์ พูนภิญโญศักดิ์ ทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย 3.นายนิพันธ์ จิตะสมบัติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ4.พล.ต.สุพิชาติ เสนานุรักษ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก





