วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

165สปช. เข้าคิวรออภิปราย ได้เวลาเพิ่ม20นาที

165 สปช. เข้าคิวรออภิปราย ได้เวลาเพิ่มเป็น 20 นาที ด้าน ปธ.กมธ.18 คณะได้เวลาเพิ่มเป็นคนละ 40 นาที

ได้เข้าสู่การอภิปรายของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ทั้งนี้นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสปช. ได้แจ้งกับที่ประชุมว่า มีสปช.ที่แสดงความประสงค์ขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งสิ้น 165 คน จะทำให้สปช.แต่ละคนได้เวลาอภิปรายไม่เกินคนละ 20 นาที สำหรับการลำดับอภิปรายจะเรียงลำดับตามบท และภาค และให้ประธาน กมธ.ปฏิรูป ในแต่ละด้านที่เกี่ยวข้องซึ่งขอแจ้งความประสงค์ไว้ก่อน โดยได้รับสิทธิอภิปรายคนละ 30 นาทีและสามารถเพิ่มเวลาได้อีกไม่เกิน 10 นาที จากนั้นจะให้สมาชิกสปช. อภิปรายในลำดับต่อไป โดยเริ่มต้นในส่วนการอภิปรายของบททั่วไป มีทั้งสิ้น 7 มาตรา โดยสาระเป็นการวางหลักการสำคัญของประเทศ อาทิ ประเทศไทยถือเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว ไม่สามารถแบ่งแยกได้, ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี (ครม.) และศาล โดยการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ครม. และศาล รวมถึงองค์กรตามรัฐธรรมนูญหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ทั้งนี้ประชาชนย่อมได้อยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน ขณะที่รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด และกำหนดให้ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็น ให้สิทธิสภาฯ, วุฒิสภา, รัฐสภา ครม. ศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกระทำหรือการวินิจฉัยที่ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใช้บังคับ

โดยมีผู้อภิปรายจำนวน 2 คน คือ นายอลงกรณ์ พลบุตร สปช. อภิปรายโดยชื่มชนการทำงานยกร่างรัฐธรรมนูญของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้วางบทบัญญัติเพื่อแก้ปัญหาในอดีตเพื่ออนาคตของประเทศ โดยได้ให้ฉายาของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เสนอต่อสปช. ว่าเป็นฉบับน้ำพริกปลาทู คือ มีความเหมาะสมกับสังคมไทย นอกจากนั้นได้ขอให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกล้าที่จะพิสูจน์ร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านการทำประชามติ แม้ที่ผ่านมาจะมีผู้วิจารณ์ โดยส่วนตัวเชื่อว่าหากดำเนินการจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนกับรัฐธรรมนูญ ที่ทุกตัวอักษรเขียนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและอนาคตของคนไทย  

ด้านนางพันธุ์ทิพย์ สายสุนทร สปช. อภิปรายขอให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มบทบัญญัติในบททั่วไป เพื่อให้การรับรองสถานะของบุคคล เช่น คนบนภูเขา ได้รับการปฏิบัติและเป็นไปตามกฎหมายกำหนด ทั้งนี้ขอให้เป็นไปตามที่ กมธ.ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส เสนอ ได้แก่ มาตรา 4 ในวรรคสอง ที่ว่า “บุคคลมีสิทธิได้รับการยอมรับนับถือเป็นบุคคลตามกฎหมาย” เพื่อให้เป็นไปตามปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ และขอเพิ่มมาตรา 5 วรรคสอง “คนสัญชาติไทยย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ว่าอาศัยอยู่ในหรือนอกประเทศ” เพื่อสร้างการปฏิรูปของหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดูแลคนสัญชาติไทยในต่างประเทศทุกระดับด้วย