"พล.ต.อ.สมยศ" ผบ.ตร. ลั่นมีพยานหลักฐานเอาผิดกลุ่มการเมือง เบื้องหลังเหตุระเบิดเซ็นทรัลสมุย กั๊กออกหมายจับ แฉผู้บงการจ้างมือบึ้ม
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ระเบิดบริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานีว่า การสร้างสถานการณ์ทุกวันนี้เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางความคิด ซึ่งอาจเกิดจากความหลงเชื่อ ถูกหลอกลวงจ้างวาน จึงทำให้หลงผิดคิดว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นถูกต้อง อย่างไรก็ตามเมื่อมีการกระทำความผิดก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการตามกฏหมาย
“เรายึดหลักว่า การดำเนินการหรือกระทำการใดๆก็แล้วแต่ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม ยึดกฎหมายเป็นหลัก โดยนำพยานหลักฐานเป็นที่ตั้ง ยืนยันว่า จะไม่มีการกลั่นแกล้งใดๆทั้งสิ้น” พล.ต.อ.สมยศ กล่าวและว่า สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นที่ อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี นั้น จากการสืบสวนสอบสวนผ่านไประยะหนึ่งก็ได้พยานหลักฐาน มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงจนน่าเชื่อถือว่า เบื้องหลังของการก่อเหตุนั้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่การขยายการปฏิบัติการแน่นอน เพราะจากพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานวัตถุรวมทั้งสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ บ่งบอกว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง หรือมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง อาจมีนักการเมืองให้การสนับสนุนการก่อเหตุในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นแนวร่วมผู้ก่อเหตุใน 3 จังหวัดภาคใต้มารับจ้างก่อเหตุมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้เหมือนกัน การปฏิบัติการครั้งนี้คนปฏิบัตินั้นมีความรู้ มีความชำนาญ แต่ไม่ได้เป็นผู้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออุดมการณ์ของตัวเอง แต่เรื่องดังกล่าวมีคนอยู่เบื้องหลัง อาจจะใช้สอย จ้างวาน หรืออะไรก็แล้วแต่ให้ไปก่อเหตุ
ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นกลุ่มการเมืองนั้น เป็นกลุ่มการเมืองเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้หรือพื้นที่อื่น ๆ ด้วย พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เราไม่ขอระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นกลุ่มการเมืองภาคใต้หรือกลุ่มใด แต่เชื่อมั่นว่ามีการเมืองแอบแฝงหรืออยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ
ต่อข้อถามที่ว่าเมื่อมีการระบุว่ารู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุทางเจ้าหน้าที่จะออกหมายจับได้เมื่อใด ผบ.ตร. กล่าวว่า เรากำลังดำเนินการอยู่ แต่ไม่มีการเร่งรัด เพราะหากรีบร้อนจะนำไปสู่ความผิดพลาดบกพร่อง ในฐานะ ผบ.ตร.ได้ย้ำเสมอว่า การกระทำอะไรก็แล้วแต่ หากทำไปจนถึงการได้พยานหลักฐานแล้วนำไปสู่การออกหมายจับได้ ถือเป็นเรื่องถูกต้อง แต่ตราบใดที่เราไม่สามารถขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับ เราจะไม่ชี้ลงไปว่า ใครทำ ซึ่งตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ระบุว่า มีหลักฐานพยานเพียงพอที่จะดำเนินการออกหมายจับได้นั้น ขณะนี้ก็สามารถออกหมายจับได้ แต่เรายังไม่ทำ
“ตอนนี้เรามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับได้ แต่การรีบร้อนเร็วไปอาจทำให้เสียรูปคดี ในเมื่อเรามีหลักฐานเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนถึงขนาดนั้น เรารอจนกระทั่งมั่นใจหรือให้ได้ตัวแล้วค่อยดำเนินการภายหลังก็ได้” ผบ.ตร. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่พร้อมเอาผิดตัวผู้บงการใช่หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ตอบไม่ได้ อย่างข่าวที่ออกมาเรื่องกลุ่มรับจ้างทำงานก็ตอบไม่ได้ เราจะไปบอกว่ากลุ่มนั้นกลุ่มนี้ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่จะมีการเรียกตัวกลุ่มการเมืองที่ลงไปในพื้นที่ก่อนเกินเหตุ 1 สัปดาห์มาสอบปากคำด้วยหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ต้องรอให้พนักงานสอบสวนได้พิจารณา ตนตอบไม่ได้





