วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช.เสนอรื้อร่างรธน. ตั้งศาลคดีทุจริต

สปช.เตรียมชำแหละร่างรธน. “ประมนต์" ยันหลักการประชาชนร่วมตรวจสอบลดทุจริตได้ เล็งเสนอศาลคดีทุจริต

 “จิตต์”ขอโละกรรมการสรรหาส.ว.จังหวัด หวั่นเป็นเหตุฟ้องร้อง “ฐิติวัฒน์”แนะวางกติกาสภาตรวจสอบภาคประชาชนหวั่นถูกใช้เป็นเวทีไล่ล่าคู่กรณี "เทียนฉาย"สั่งปรับกรอบการอภิปราย คนละ 15.8 นาที เรียงตามบท-หมวด-ภาค ให้สิทธิเฉพาะประธานกมธ.อภิปรายคนละ 30 นาที กกต.ฟันธงจัดการเลือกตั้งปลายเม.ย.59 ห่วงกจต.จัดแทนกกต.อาจถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซง


ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเตรียมส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่าจะครบกำหนดส่งมอบให้ในวันที่ 17 เม.ย.นี้


ขณะที่การเตรียมความพร้อมการอภิปรายของที่ประชุม สปช. ระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย.นั้น สปช.หลายคนได้เตรียมข้อมูลสำหรับการอภิปรายไว้เป็นเบื้องต้นก่อนที่จะเห็นรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญแล้ว โดยนายประมนต์ สุธีวงศ์ สปช. ในฐานะประธาน กมธ.ปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ กล่าวว่า ประเด็นที่จะอภิปรายหลักคือกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงกระบวนการยุติธรรม อาทิ การปรับปรุงการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงข้อเสนอให้จัดตั้งศาลเฉพาะเพื่อทำคดีทุจริตซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุไว้


ส่วนการให้น้ำหนักกับภาคประชาชนในการตรวจสอบ และมีส่วนร่วมในการบริหาร กำกับการทำงานของราชการ และรัฐบาล ในรูปแบบสมัชชาพลเมือง, สภาตรวจสอบภาคประชาชนประจำจังหวัด ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระบุไว้นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยและหากการทำงานมีประสิทธิภาพจะทำให้กระบวนการทุจริตที่เคยเกิดขึ้นเป็นไปได้ยากขึ้นและโอกาสของการเกิดทุจริตคอร์รัปชันจะลดลงได้


“จิตต์”เล็งเสนอโละทีมสรรหาส.ว.จังหวัด


ด้านพล.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สปช.มุกดาหาร กล่าวว่า ตนจะขอใช้สิทธิอภิปรายในประเด็นเดียว คือ ที่มาของส.ว. เนื่องจากรูปแบบที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้มาจากการสรรหา 123 คน และมาจากการเลือกตั้งจังหวัดซึ่งมีระบบคัดกรอง 77 คน นั้น ตนได้รับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่มุกดาหารแล้วพบว่าส่วนใหญ่ขอให้แก้ไข คือ การสรรหาส.ว. จำนวน123 คนนั้น ควรกระจายให้มีการสรรหาในรูปแบบที่กมธ.ยกร่างฯ กำหนด ไปตามแต่ละจังหวัดด้วย เพื่อลดการกระจุกตัวของบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ส.ว. ที่เดิมจะพบว่ามีเฉพาะคนในกทม. เท่านั้น ที่ผ่านการสรรหาและการเลือกตั้งส.ว. 77 จังหวัดๆ ละ 1 คน ที่ต้องผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจากคณะกรรมการนั้น ได้สร้างความลำบากใจต่อการทำหน้าที่ของข้าราชการ โดยเฉพาะการคัดบุคคลที่ประสงค์จะสมัครเป็นส.ว. อาจเกิดปัญหาฟ้องร้องตามมาภายหลังได้ ดังนั้นควรตัดประเด็นกรรมการสรรหาออก และเขียนกติกาในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน


แนะวางกติกาสภาตรวจสอบภาคปชช.


ขณะที่ พล.ท.ฐิติวัจน์ กำลังเอก สปช.ด้านการเมือง กล่าวว่า ประเด็นการตรวจสอบภาคประชาชน ในส่วนสภาตรวจสอบภาคประชาชนประจำจังหวัด โดยรวมตนเห็นด้วยและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบภาครัฐ แต่มีข้อห่วงใยต่อกลไกในการปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องคำนึงให้ดีระหว่างการยกร่างกฎหมายประกอบ อาทิ หน่วยงานธุรการที่ต้องเข้ามาทำหน้าที่คัดสรรสมาชิกสภาตรวจสอบฯ หากให้หน่วยงานราชการดำเนินการอาจมีข้อครหาได้ว่าเป็นคนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ดังนั้นในกระบวนการสรรหานั้นควรให้หน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ราชการ เช่น สถาบันการศึกษา ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ดำเนินการ เป็นต้น นอกจากนั้นในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตรวจสอบฯ ต้องมีกลไกทำหน้าที่ให้ดี เพื่อไม่ให้กลายเป็นการใช้เวทีเพื่อไล่ล่าคู่กรณี


“เทียนฉาย”คุมอภิปรายรธน.คนละ15นาที


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ได้ลงนามในคำสั่ง เรื่อง แนวทางการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสปช. โดยมีสาระสำคัญ​คือ การอภิปรายจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 20-26 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. ยกเว้นในวันที่ 23 เม.ย. ที่จะเริ่มอภิปรายเวลา 14.00- 21.00 น. สำหรับการแบ่งเวลานั้น ทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะได้เวลาทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง โดยในวันแรกของการอภิปราย จะได้เวลาชี้แจงในภาพรวม จำนวน 2 ชั่วโมง และเวลาชี้แจงอีก 1 ชั่วโมง


ขณะที่ลำดับการอภิปรายของ สปช.นั้นแบ่งเป็น ในส่วนของประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูป ทั้ง18 คณะๆ ละ 30 นาที รวมเป็น 9 ชั่วโมง และเวลาที่เหลืออีก 55 ชั่วโมงนั้น จะจัดสรรให้สมาชิก สปช.​ที่แสดงเจตจำนงอภิปราย เบื้องต้นจะมีสปช.ที่ได้รับสิทธิ์ 208 คน เพราะไม่นับสมาชิกที่ดำรงตำแหน่ง ประธานสปช., รองประธานสปช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นสปช.จะได้รับเวลาอภิปรายเบื้องต้น คนละ 15.8 นาที แต่หากมีผู้อภิปรายน้อยกว่าจำนวนดังกล่าวจะได้รับเวลาอภิปรายมากขึ้น ขณะที่ลำดับการอภิปรายจะเรียงลำดับไปตามบท ภาคและหมวดของร่างรัฐธรรมนูญเป็นหลัก สำหรับเหตุผลของการปรับหลักเกณฑ์การอภิปรายนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการอภิปรายในเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ


กมธ.วาง“สุจิต-บรรเจิด-ชูชัย-อเนก”แจง


นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการเตรียมการสำหรับการอภิปรายวันที่ 20-26 เม.ย. ว่า รูปแบบการอภิปราย เริ่มต้น กมธ.ยกร่างฯ จะได้เวลาชี้แจงภาพรวม 2 ชั่วโมง ซึ่งจะเปิดอภิปรายโดยนายบวรศักดิ์ วรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เพื่อให้เห็นภาพรวมของร่างรัฐธรรม
นูญทั้งหมด ว่ามีเป้าหมาย 4 ประการ คือ การสร้างพลเมืองเป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดสมดุล สังคมเป็นธรรม นำชาติสู่สันติ โดยใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง จากนั้นเป็นผู้รับผิดชอบตามหมวดต่างๆ จะชี้แจงโดยไล่ในภาพรวมด้วยการแบ่งเป็นกลุ่ม คือ นายสุจิต บุญบงการ จะชี้แจงเรื่องระบบการเมือง, นายปกรณ์ ปรียากร เรื่องสิทธิเสรีภาพ, นายบรรเจิด สิงคะเนติ เรื่องเกี่ยวกับศาลและกระบวนการยุติธรรม, การปฏิรูปต่างๆ นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ และการปรองดอง เป็นหน้าที่ของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ จะเป็นผู้ชี้แจง


“วันชัย”เผย“สมบัติ”นำทีมซักฟอกรธน.


นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช. เปิดเผยว่า กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช. จะประชุมเพื่อเตรียมการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 19 เม.ย.นี้ โดยเบื้องต้นกรรมาธิการแต่ละคณะจะได้เวลา 2 ชั่วโมง มีการแบ่งเป็นทีมคณะละ 5 คน ในส่วนของ กมธ.ปฏิรูปการเมือง นำโดย นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ เป็นหัวหน้าทีมอภิปรายภาพรวมโครงสร้างรัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยจะมีการวางกลยุทธ์การอภิปรายไม่ให้ซ้ำซ้อนกันเพื่อให้ประชาชนเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกสี่คน คือ นายดิเรก ถึงผั่ง, นายนิรันดร์ พันธรกิจ, นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ และนายบุญเลิศ คชายุทธเดช แบ่งกันอภิปรายในนาม กมธ. หมวดการเมืองเกือบทั้งหมด เช่น เรื่องที่มานายก การเลือกตั้งส.ส.และส.ว. การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทั้งหมด หมวดว่าด้วยการเมืองทั้งหมด

เปิดอินโฟกราฟฟิกร่างรธน.4มิติ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ สปช. ได้เแจกอินโฟกราฟฟิกแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป โดยได้จัดวางบทบัญญัติในภาค หมวด และส่วนต่างๆ ให้เชื่อมโยง และหนุนเสริมต่อกันเพื่อนำไปสู่จุดมุ่งหมายร่วม 4 มิติ คือ 1.สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ เพื่อขยายและยกระดับสิทธิ เสรีภาพ โดยให้เสรีภาพในการตั้งกลุ่มการเมือง วิเคราะห์ วิจารณ์คำพิพากษา คำวินิจฉัย หรือคำสั่งศาลโดยสุจริตตามหลักวิชาการ
2.การเมืองใสสะอาดและสมดุล เพื่อขจัดและป้องกันการซื้อสิทธิ ขายเสียง การคอร์รัปชันในทุกระดับ และการใช้อำนาจโดยมิชอบ 3.หนุนสังคมให้เป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม และสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในมิติต่างๆ และ 4.นำชาติสู่สันติสุข เพื่อคลี่คลายปมปัญหาในอดีต สร้างความเข้าใจสาเหตุของปัญหาความขัดแย้งร่วมกัน และมีมาตรการป้องกันมิให้ความขัดแย้งรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต


“สมชัย”ฟันธงเลือกตั้งปลายเม.ย.59


นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องจัดทำประชามติจากประชาชน ต้องใช้เวลา 3 เดือนหลังจากรัฐธรรมนูญใหม่นั้นได้รับความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อาจจะเกิดขึ้นภายในเดือนพ.ย.นี้ เมื่อทำประชามติเสร็จแล้วก็ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้นกกต.ก็จะเสนอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)และได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ซึ่งขบวนการดังกล่าวอาจจะใช้เวลา 2 เดือน เพราะฉะนั้นการจัดการเลือกตั้งน่าจะจัดได้ประมาณปลายเดือนเมษายน 2559 หลังจากนั้นก็จะเป็นการเลือกตั้ง ส.ว. เนื่องจากการจัดการเลือกตั้ง ส.ว.จะมีความซับซ้อนกว่า ส.ส. จะจัดพร้อมกันไม่ได้ ต้องทิ้งระยะห่างประมาณ 2-3 เดือน


อย่างไรก็ตาม ตนไม่ห่วงการเลือกตั้งครั้งแรกคือการทำประชามติ แต่จะเป็นห่วงเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส.และส.ว.มากกว่า หากการเลือกตั้งที่มีคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) เข้ามาโดยมีข้าราชการประจำเข้ามาอยู่ในหน่วยงาน จะทำงานได้อย่างมีศักยภาพได้อย่างไร และอาจจะมีฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงข้าราชการประจำหรือไม่ ซึ่งตนรู้สึกเป็นห่วง