'สุริยะใส' ชี้สหรัฐฯ กลัวเสียของ ต้องตั้งทูตคนใหม่ ย้ำให้สรุปบทเรียนถึงปัญหาทางการทูตในช่วงที่ผ่านมา
นายสุริยะใส กตะศิลา อาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงทัศนะผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คของตนเอง ระบุว่า เมื่อสหรัฐฯ กลัวเสียของ ต้องตั้งเอกอัครราชทูตคนใหม่!
ในที่สุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ก็เสนอชื่อนายเกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ มาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยต่อจาก นางคริสตี เคนนีย์ ที่หมดวาระไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
ตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยว่างเว้นอยู่ร่วม 6 เดือน ภายใต้รัฐบาล คสช. ที่มาจากการรัฐประหาร ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ถ้าสหรัฐจะปล่อยให้อุปทูตฯ ทำหน้าที่แทนเอกอัครราชทูตไปจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
เพราะนี่เป็นจุดยืนของสหรัฐฯที่ไม่ยอมรับรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร จะเป็นจุดยืนที่มีนัยมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง
แต่วันนี้ สหรัฐฯ กลับเสนอชื่อเอกอัครราชทูตคนใหม่มาทำหน้าที่ ยิ่งบ่งชี้ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ต้องทบทวนท่าทีกับรัฐบาล คสช. ที่หลังๆ คสช.กระชับสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้นมากกว่าสมัยใดๆ
ขืนสหรัฐฯ เล่นบทเดิมกดดันไทยผ่านบทบาททูต สหรัฐอาจเสียของ ก้าวตามหลังจีน รัสเซีย ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในอาเชียนมากขึ้นในทุกๆ มิติ มากจนอาจทำให้สหรัฐฯสูญเสียการนำในภูมิภาคนี้ได้ในที่สุด
จริงๆ วิกฤติการเมืองไทยไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อนอะไรในสายตาสหรัฐที่หูตาเป็นสับปะรด แต่ด้วยเหตุแห่งผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลังทำให้บางครั้งสหรัฐปิดตาข้างเดียว และแกล้งไม่เข้าใจปัญหาการเมืองไทย
ร้ายแรงถึงขั้นถูกมองว่าถือหาง ชักใยระบอบทักษิณ ปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศทั้งที่มีหมายจับหนีความผิดคดีทุจริตฯ ซึ่งละเมิดข้อตกลงและกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตบหน้าประเทศไทยฉากใหญ่ มิพักต้องพูดถึงบทบาททูตฯคนเดิม นางคริสตี้ ที่แสดงท่าทีต่อปัญหากรเมืองไทยแบบล้ำเส้นลือกข้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์หลายกรรมหลายวาระด้วยกัน
การเลือกนายเกล็น เดวีส์ มาเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยคนใหม่ จึงไม่ใช่แค่ด้วยเหตุแห่งสมมติฐานข้างต้นเท่านั้น เพราะนักการทูตและผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศหลายท่านยืนยันว่า นายเกล็น เดวีส์ เป็นนักการทูตอาชีพ ประวัติผลงานขึ้นชั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
อย่างน้อยๆ เราก็ได้แต่หวังว่าการตั้งนายเกล็น เดวีส์ สหรัฐฯได้สรุปบทเรียนถึงปัญหาทางการทูตในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะมารยาททางการทูตของเอกอัครราชทูตคนก่อนหน้านี้ ที่ทำให้ความเป็นมหามิตรอันยาวนานระหว่างไทย- สหรัฐฯ ต้องมัวหมองไป...





